Ickle Owl

Tag

ชีวิตในเยอรมนี

จำเป็นหรือเปล่าที่ต้องคบกันต่างแดน เพียงเพราะว่า เป็นคนชาติเดียวกัน

ขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่า สิ่งที่เราเขียนนี้คือมุมมอง คือความคิดของเรา ไม่ได้จะบอกว่า เป็นความคิดที่ถูกต้อง ไม่ได้จะบอกว่าเป็นสิ่งที่ควรจะทำ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ทุกคนก็มีทางเดินเป็นของตัวเอง มีสิทธิ์ที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองเลือก ไม่จำเป็นต้องทำตามในสิ่งที่คนอื่นทำ ถ้าไม่ได้อยากที่จะทำ เราแค่อยากแสดงความเห็นในมุมมองของเราเฉยๆ เราไม่ค่อยเข้าใจตรรกะ คบกันในต่างแดนเพียงเพราะเป็นคนไทยด้วยกัน พอคบกันไป ใครเข้ากันได้ คุยกันถูกคอก็ดีไป เป็นเพื่อนกันได้นานๆ แต่สำหรับบางคน พอคบกันไปแล้ว พอรู้ว่าการใช้ชีวิต คนละแนว ก็ถอยห่างออกมา คนประเภทนี้ไม่น่าห่วงเท่าไหร่ เพราะแสดงว่าไม่ได้แคร์ใครเท่าไหร่ ที่คบตอนแรกเพราะอาจจะอยากมีเพื่อน แต่พอคบไม่ได้ก็หาเพื่อนใหม่ไปเรื่อยๆ แต่ จะมีคนบางประเภทที่ขี้เกรงใจ ไม่ชอบคนที่ตัวเองคบ หรือไม่อยากคบแล้ว แต่ก็ไม่กล้าที่จะเลิกคบ เพราะกลัวอึดอัด มองหน้ากันไม่ติด กลัวคนนั้นโกรธ แล้วเอาไปนินทา กลัวไม่มีเพื่อน กลัวไปสารพัด เราว่าคนแบบนี้น่าเป็นห่วง เพราะอาจจะต้องอยู่แบบไม่มีความสุขเท่าไหร่… Continue Reading →

พ่อและแม่ไม่ได้ถือสัญชาติเยอรมัน ลูกเกิดในเยอรมนีจะได้สัญชาติเยอรมันไหม

ณ ตรงนี้ เราจะพูดถึงแค่กรณีที่ทั้งพ่อและแม่ ไม่ใช่คนเยอรมันนะคะ (คือคนที่ถือสัญชาติอื่น แต่อาศัยอยู่ในเยอรมนี) และเป็นกรณีปรกติตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย ไม่ได้มีเงื่อนไขพิเศษอะไร ถ้าทั้งพ่อและแม่ไม่ได้ถือสัญชาติเยอรมัน ลูกเกิดในเยอรมนีจะได้สัญชาติเยอรมันไหม คำตอบคือ ได้ค่ะ ถ้าพ่อ หรือแม่ หรือทั้งสองคน มีคุณสมบัติครบตามที่กฎหมายกำหนด  นั่นหมายถึงว่า ไม่ใช่เด็กต่างชาติทุกคนที่เกิดในเยอรมนี แล้วจะได้สัญชาติเยอรมันโดยอัตโนมัติ ตามกฎหมาย ณ ขณะนี้ (ก่อนหน้านี้เราไม่ทราบนะคะ และในอนาคตอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงยังไงอีก ก็คงบอกตอนนี้ไม่ได้ แต่จะพยายามตามข่าวเรื่อยๆ นะคะ เผื่อมีการเปลี่ยนแปลงจะได้อัพเดทได้ทันสถานการณ์) การที่เด็กที่มีทั้งพ่อและแม่ไม่ได้ถือสัญชาติเยอรมัน แต่เกิดในเยอรมัน จะมีสิทธิ์ได้รับสัญชาติเยอรมันตามหลักดินแดนที่เกิด (Geburtsortprinzip) ตามกฎหมาย ที่ได้มีระบุไว้ดังนี้ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 ลูกของชาวต่างชาติที่เกิดในประเทศเยอรมนี จะได้สัญชาติเยอรมัน –… Continue Reading →

งานในเยอรมนีหายากไหม

ช่วงนี้ได้รับคำถามเรื่องงานในเยอรมนีมาถี่ๆ เราเองก็ยังไม่เคยทำงานประจำเลย หลายๆ คำถามเราเองก็ตอบไม่ได้หรอก ถ้ามีเวลาก็ค้นๆ มาตอบให้บ้าง พอมีคำถามมาเยอะๆ เลยคิดว่าเปิดหมวดใหม่ในบล็อกด้วยดีกว่า  เผื่อจะเป็นแนวทางให้คนอื่นได้ด้วย แล้วตัวเราเองอีกไม่นานจะจบตรีแล้ว และถึงจะเรียนต่อ ก็น่าจะมีเรื่องให้เขียนอยู่เหมือนกัน เพราะก็คงมีรับงานบ้างเล็กๆ น้อยๆ เหมือนตอนนี้ ที่เรายังไม่ทำงานประจำ เพราะเรารู้สึกว่ามันยังไม่จำเป็นที่จะทำ และเราเองก็น่าจะไม่ไหวนะ คือแค่แบ่งเวลาเรียน ทำงานบ้าน ใช้เวลากับสามี ทำสิ่งที่ตัวเองสนใจ เวลาก็แทบจะไม่พอแล้ว แต่ก็มีทำเป็นจ๊อบๆ ไป            ทำพอให้ได้เป็นประสบการณ์ งานที่เราทำส่วนมาก จะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราเรียนในมหาวิทยาลัย และสิ่งที่เราสนใจ  คือคณะเราไม่มีบังคับฝึกงาน หลายๆ คนก็เลือกที่จะทำเอง ไม่ว่าจะทำงานจริงๆ ขณะเรียน หรือการฝึกงานเองในช่วงปิดเทอม เราเองก็ทำแบบนั้น เวลาจบจะได้มีอะไรใส่ในเรซูเม่ จริงๆ ถึงเรียนจบแล้ว เราเองก็ไม่ได้วางแผนที่จะทำงานประจำแบบเต็มวันหรอก… Continue Reading →

ออแพร์กับการใช้ชีวิตในเยอรมนี: การปรับตัว

จริงๆ แล้ว ในชีวิตเรามันก็ต้องมีการปรับตัวอยู่ตลอดอยู่แล้วล่ะ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน อาจจะมากบ้างน้อยบ้างตามแต่สถานการณ์จะพาไป มันเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งของมนุษย์ แต่บางครั้งการที่เราไปอยู่ในที่ที่ใหม่จริงๆ ต่างบ้าน ต่างเมือง ต่างวัฒนธรรม ต้องใช้ชีวิตร่วมกับคนที่พูดกันคนละภาษากับเรา คนที่โตมาคนละแบบกับเราสภาพแวดล้อม อาหารการกินที่ไม่คุ้นเคย ก็อาจจะมึนงงไปชั่วขณะได้ เราไม่ได้คิดว่าตัวเองผู้เชี่ยวชาญอะไรในด้านนี้ เลยมาแนะนำคนอื่นนะคะ เราเองไม่ได้มีปัญหาการกับการปรับตัวในตอนนั้น    คือเป็นค่อนข้างอยู่ง่ายกินง่าย อะไรก็ได้อยู่แล้ว เลยไม่มีปัญหาในการอยู่ต่างถิ่นต่างที่เท่าไหร่ เป็นคนที่สามารถไหลตามน้ำไปได้เรื่อยๆ แล้วเราไปเยอรมนีโดยที่ไม่ได้คาดหวังอะไรด้วย เลยไม่ได้ผิดหวังอะไร แต่มีคนรู้จักบางคนที่อยู่ลำบากเหมือนกัน กว่าจะปรับตัวได้ก็ผ่านไปละครึ่งปี เราเลยคิดว่า ถ้าเรารู้จักปรับตัวแต่เนิ่นๆ ชีวิตในเยอรมนีก็น่าอยู่นะ ขอรวมเคสที่คุยๆ กับออแพร์คนอื่นๆ มานะคะ ว่าอะไรที่ทำให้พวกเขาอยู่ยาก เผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลัง หรือคิดจะมาเป็นออแพร์ในเยอรมนี เผื่อว่าจะได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อนด้วย นี่เป็นตัวอย่างที่บางคนไม่ชอบ และรู้สึกว่าปรับตัวลำบากนะคะ เรื่องห้างที่ปิดเร็ว และไม่เปิดวันอาทิตย์ หลายๆ… Continue Reading →

เล่าสู่กันฟัง- ครั้งหนึ่งฉันเคยเป็น(กึ่ง)อาสาสมัครสอนภาษาให้กับเด็กอพยพในเยอรมนี 2

ขอวกเข้ามาที่ครอบครัวของน้องเกาหลีเหนืออีกที พอคุยกับผู้ดูแลสถานอพยพเสร็จ เราก็ไปที่ห้องพักของเด็ก ห้องขนาดไม่ใหญ่เลยค่ะ มีสองห้องนอน นอนห้องละครอบครัว คืออยู่กันสองครอบครัว แชร์ห้องครัว และห้องน้ำ และห้องที่นอนกันห้าคน (ทั้งครอบครัว) เล็กกว่าห้องนอนเราที่นอนกันสองคนอีก แล้วคือข้าวของทุกอย่างอยู่ในนั้นด้วย เพราะไม่มีห้องอื่น เราเคยคิดมาตลอดว่าผู้อพยพอยู่แบบสบายๆ พอได้ไปเห็นก็รู้เลยว่า บางทีสิ่งที่เราได้ยินได้ฟังมา มันก็ไม่เหมือนความจริงซะทีเดียว เด็กๆ (ของทั้งสองครอบครัว) ใช้โต๊ะในครัวนั่งทำการบ้าน โต๊ะในครัวขนาดหกที่นั่ง กับคนเก้าคน    ครอบครัวน้องเกาหลีเหนือนี้ ยังรอคิวเรียนภาษาอยู่ แต่พ่อได้ลงเรียนกับอาสาสมัครก่อนแล้ว แม่ยังเรียนไม่ได้ เพราะเวลาที่อาสาสมัครมา เป็นเวลาลูกๆ เลิกโรงเรียนต้องดูแลลูก ตอนที่เราเข้าไปคุยนั้น ครอบครัวนี้อยู่ที่บ้านพักคนอพยพมาสิบเดือนแล้ว รอใบอนุญาตทำงานอยู่ แม่บอกว่า มีคนเกาหลีที่มาเป็นอาสาสมัครที่บ้านพักอพยพ และได้รู้จักครอบครัวนี้ได้เสนองานให้พ่อแล้ว แค่รอใบอนุญาตทำงาน เราถามว่าทำไมไม่ไปอยู่เกาหลีใต้ เค้าบอกว่า… Continue Reading →

เล่าสู่กันฟัง- ครั้งหนึ่งฉันเคยเป็น(กึ่ง)อาสาสมัครสอนภาษาให้กับเด็กอพยพในเยอรมนี 1

ที่เรียกว่ากึ่งอาสาสมัคร เพราะเราเองก็ได้ผลประโยชน์จากโครงการนี้อยู่เหมือนกัน (ได้หน่วยกิต 4 หน่วยกิตของวิชาเรียน กับใบประกาศจากภาควิชา) แล้วอีกอย่างคือ เราไม่ได้ตั้งใจจะทำตั้งแต่แรก แต่ได้ทำเพราะเราได้ลงเรียนวิชาหนึ่งของมหาวิทยาลัย ซึ่งวิชานี้มีภาคปฏิบัติคือการสอนภาษาและดูแลเด็กอพยพที่เข้าโรงเรียนแล้ว แต่ยังมีปัญหากับภาษาเยอรมันและการปรับตัวอยู่ วันที่ไปฟังคำชี้แจงก็คิดอยู่ว่าจะไหวไหม ต้องสละทั้งแรง ทั้งเวลา เพื่อนร่วมชั้นเรียนก็ตัดสินใจไม่ทำหลายคน มันไม่ใช่วิชาบังคับไง ลงวิชาอื่นในหมวดเดียวกันแทนได้ เราเองก็คิดอยู่สักพักเหมือนกัน เพราะเราก็มีครอบครัวที่ต้องแบ่งเวลาให้ด้วย มีอย่างอื่นที่ต้องรับผิดชอบ แต่เทอมนั้นลงเรียนไม่เยอะ คิดว่าน่าจะจัดสรรเวลาได้ แล้วก็คิดว่ามันน่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีและเป็นประโยชน์ต่ออนาคตของเรา คือน่าจะใช้ลงเรซูเม่ได้เลยแหละ เลยตัดสินใจเรียนวิชานี้ พอได้ทำแล้ว รู้สึกว่าคิดไม่ผิดเลย และคงจะเสียดายมาก ถ้าวันนั้นไม่ตัดสินใจที่จะทำ ประสบการณ์ที่ได้รับ อะไรหลายๆ อย่างที่ได้เรียนรู้ การได้เจอสังคมอีกสังคมหนึ่ง ที่ห่างจากเรามาก ได้ทำความรู้จักกับคนในสังคมนั้น ได้ทำอะไรใหม่ๆ มันคุ้มค่ามาก ไม่ได้รู้สึกว่าเสียเวลาเลย เพราะที่ทำลงไปมันคุ้มค่าเหนื่อยจริงๆ เห็นผลงานตัวเองแล้วก็หายเหนื่อย… Continue Reading →

ว่าด้วยเรื่องของการต่อต้านผู้อพยพลี้ภัย

คิดอยู่นานว่าจะเขียนเรื่องนี้ดีไหม เพราะรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่แน่ใจว่าต้องระวังคำพูดตัวเองขนาดไหน แต่ก็อยากเขียน เลยตัดสินใจเขียน อีกอย่างการแสดงความเห็นในที่สาธารณะ ก็เป็นสิทธิ์ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในเยอรมนี ตราบใดที่เราไม่ได้ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น เราคิดว่าเรามีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดของตนเองนะ อ้างอิงจาก Die Allgemeine Erklärung der Menschenrechte Artikel 19 Jeder hat das Recht auf Meinungsfreiheit und freie Meinungsäußerung; dieses Recht schließt die Freiheit ein, Meinungen ungehindert anzuhängen sowie über Medien jeder Art… Continue Reading →

รูปภาพคั่นเวลา

บล็อกนี้ไม่มีสาระอะไรมากนัก ตามที่หัวข้อบอก คือรูปคั่นเวลา มีน้องคนหนึ่ง ถามมาว่า “พี่ โฮสต์พี่ให้พี่อยู่ยังไง ห้องแคบหรือเปล่า พี่มีรูปไหม ขอดูได้ไหม” ส่งรูปให้น้องเสร็จ เลยคิดว่าเอามาลงบล็อกด้วยดีกว่า เผื่อมีคนอยากเห็นความเป็นอยู่ ลงรูปวิวแถวบ้านไปด้วยเลย ออกตัวไว้เลยตรงนี้ว่า ห้องอาจจะรกหน่อยนะคะ เพราะตอนถ่ายไว้ ไม่ได้ตั้งใจจะเอามาโชว์ คิดอยากถ่ายก็ถ่ายเลย ไม่ได้จัดอะไรเพิ่มเติม แล้วก็ไม่ได้มีทุกมุมของห้องห้องที่เราอยู่ อยู่ชั้นบน กับลูกสาวคนโตของโฮสต์ เรามีห้องอาบน้ำที่ใช้คนเดียว ห้องส้วมใช้กับลูกโฮสต์ แต่ส่วนมากเราก็จะใช้ห้องส้วมข้างล่างกัน เพราะส่วนมากจะอยู่ข้างล่าง ห้องนอนเรานั้น เราคิดว่าเนื้อที่กว้างพอสมควรนะคะ อยู่ได้สบายมาก ไม่อึดอัดเลย ในห้องที่โฮสต์เตรียมไว้ให้ มีเตียงเดี่ยว(สำหรับนอนได้คนเดียว) ตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของ โต๊ะเขียนหนังสือพร้อมเก้าอี้ โซฟา(ขนาดกำลังดี เรานอนเล่นได้ ถ้านั่งน่าจะจุคนได้ 3-4… Continue Reading →

ครั้งหนึ่งในความทรงจำ เมื่อต้องนอนโรงพยาบาลในเยอรมนี

ตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ เราเคยป่วยหนักถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่ออยู่แค่สามครั้ง ซึ่งสองในสามครั้งนี้ ถึงขั้นต้องนอนในโรงพยาบาล ครั้งแรกคือที่เมืองไทยตั้งแต่ตอนเด็กๆ เป็นไข้เลือดออก ซึ่งครั้งที่สอง ก็ที่เยอรมนีนี่แหละ เป็นการเข้าโรงพยาบาลในเยอรมนีครั้งแรก แล้วก็ต้องนอนโรงพยาบาลด้วย ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจอะไรมาเลย เป็นการผ่าตัดด่วน และเป็นการผ่าตัดครั้งแรกในชีวิตเราด้วย ลำดับเหตุการณ์เป็นดังนี้ เช้าวันเสาร์วันหนึ่ง เรารู้สึกปวดตรงในคอด้านหน้า พอเอามือจับดูก็จะรู้สึกเหมือนบวมๆ ตอนแรกกะจะไปหาหมอวันจันทร์ เพราะเราไม่อยากขับรถไปต่างเมือง แล้วก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็นอะไรมาก (ในเยอรมนี ถ้านอกเวลาคลีนิกเปิด หรือเสาร์อาทิตย์ ต้องไปหา Notarzt หรือหมอฉุกเฉิน ซึ่งไม่ได้มีทุกเมือง ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ เราก็ไม่อยากไป) แต่พอตอนบ่ายๆ รู้สึกว่ามันปวดขึ้นเรื่อยๆ เลยบอกสามีพาไปหา Notarzt พอไปถึง หมอตรวจดูแล้วบอกว่า น่าจะต้องได้ผ่า แล้วหมอก็ทำใบส่งตัวไปโรงพยาบาลให้ ก็ไปโรงพยาบาลตอนนั้นเลย   รอคิวไม่นานก็ได้ตรวจ… Continue Reading →

ประสบการณ์ดีๆ กับหมอฟันใจดีในเยอรมนี

เราเพิ่งจะมาเริ่มตรวจเช็คฟันอย่างสม่ำเสมอตอนที่มาอยู่เยอรมนีนี่เอง ตอนอยู่เมืองไทยก็ไปเฉพาะเวลาฟันมีปัญหา หรือเวลาคิดอยากขูดหินปูน แต่พอมาอยู่เยอรมนีเราตรวจเช็คฟันปีละครั้ง ขูดหินปูนปีละสองครั้ง หมอฟันที่เราไปหาใจดี มือเบา ผิดไปจากที่เราคาดไว้เยอะ จริงๆ สามีก็บอกก่อนแล้วว่า หมอคนนี้ดี เป็นหมอฟันประจำตัวสามีตั้งแต่สมัยวันรุ่นละ แต่เราก็แอบกลัว เพราะได้ยินประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดี ในการไปหาหมอฟันในเยอรมนีจากคนรู้จักมาพอสมควร แล้วก็แอบคิดว่าสามีอาจจะทนความเจ็บปวดได้ดีกว่าเรา เลยคิดว่าหมอมือเบา แต่พอได้เจอหมอจริงๆ แล้ว หมอใจดี ใจเย็น และมือเบามาก ปีแรกเรายังพูดภาษาเยอรมันไม่ค่อยคล่อง แต่ต้องรักษารากฟัน ซึ่งต้องไปหาหมอหลายครั้ง ปกติสามีจะไปด้วยเพราะเรากลัวหมอ แต่มีครั้งหนึ่งที่สามีติดงาน เราต้องไปคนเดียว หมอค่อยๆ อธิบายทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษให้เราฟังอย่างใจเย็น เราไม่เข้าใจก็อธิบายใหม่ ไม่มีท่าทีรำคาญเลย หลังจากนั้นถ้ามีปัญหา เราก็ไปหาหมอคนเดียวตลอด ไม่กลัวหมอแล้ว  พี่สาวสามีเคยเล่าให้ฟังว่าหมอที่เค้าไปหา ถ้าไม่ถามเรื่องขูดหินปูน หมอก็จะไม่ทำให้ ทั้งๆ ที่ประกันจ่ายค่าขูดหินปูนให้หนึ่งครั้งต่อปี… Continue Reading →

© 2021 Ickle Owl

Powered by WordPressBased on a theme by Anders NorenUp ↑