Ickle Owl

Tag

ชีวิตในเยอรมนี

ประสบการณ์การทำใบขับขี่รถยนต์ในเยอรมนี ตอนที่ ๔: สาเหตุที่(อาจจะทำให้)สอบภาคปฏิบัติไม่ผ่าน

นอกจากการเล่าประสบการณ์ของตัวเอง ที่ทำให้สอบขับไม่ผ่านแล้ว ก็อยากจะรวบรวมขึ้นมาเพิ่มด้วย จากการถามคนอื่นรอบๆ ตัว ที่สอบครั้งแรก หรือครั้งที่สองไม่ผ่านไม่เหมือนกัน เผื่อว่าอาจจะเป็นประโยชน์ สำหรับคนที่กำลังจะเตรียมตัวสอบภาคปฎิบัติอยู่ ถึงแม้ว่าสิ่งที่เรารวบรวมมา อาจจะเป็นแค่ส่วนหนึ่งเล็กๆ ที่อาจจะทำให้สอบตกปฎิบัติ อาจจะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่อย่างน้อยก็อาจจะพอทำคิดถึงการแก้ปัญหาขึ้นมาคร่าวๆ ได้ ถ้าเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ที่ว่า ขึ้นมาจริงๆ จะแก้ปัญหายังไง ซึ่งวิธีแก้ เราเองก็ไม่มีให้หรอกค่ะ แต่ถ้าคนที่จะสอบ ได้รู้ว่าปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ มีอะไรบ้าง จะได้มีเวลาคิดแต่เนิ่นๆ ว่า ถ้าเกิดอย่างนี้ขึ้น เราจะทำยังไง พอถึงเวลาจริงอาจจะได้เอาที่คิดไว้ออกมาใช้แก้ปัญหาได้ หรือจะได้ระวังไว้ไม่ให้เกิดขึ้นได้ สิ่งที่(อาจ)จะทำให้เราสอบขับตกก็เช่น เวลาซ้อม กับเวลาสอบคนละเวลา อาจจะทำให้ไม่ชินกับจำนวนรถร่วมถนนในเวลานั้นๆ อาจจะทำให้เราประหม่าได้ ปัญหานี้ อาจจะไม่เกิดสำหรับคนที่อาศัยอยู่ในเมือง เพราะปริมาณรถบนท้องถนนในช่วงเวลาต่างๆ อาจจะไม่ต่างกันมากนัก แต่สำหรับคนที่อาศัยอยู่รอบนอกแล้ว… Continue Reading →

ประสบการณ์การทำใบขับขี่รถยนต์ในเยอรมนี ตอนที่ ๓: การเรียนภาคปฏิบัติ

สำหรับการเรียนภาคปฏิบัตรนั้น จะมีชั่วโมงบังคับอยู่จำนวนหนึ่ง สำหรับคนที่ไม่เคยมีใบขับขี่นะคะ คนที่มีใบขับขี่ประเทศอื่นมาก่อนนั้น ถ้าเราจำไม่ผิด ไม่มีชั่วโมงบังคับนะคะ (แต่ยังไง ติอต่อโรงเรียนสอนขับรถจะได้ข้อมูลที่ใหม่และถูกต้องที่สุดนะคะ) สำหรับชั่วโมงบังคับนั้น มีทั้งหมดสิบสองชั่วโมง (เน้นอีกทีนะคะ ชั่วโมงในที่นี้ หมายถึงชั่วโมงเรียน ซึ่งมีทั้งหมด 45 นาทีนะคะ)  ซึ่งในชั่วโมงบังคับ 12 ชั่วโมงนี้ ก็จะมี Überlandfahrt 5 ชั่วโมง, Autobahnfahrt 4 ชั่วโมง, Nachtfahrt 3 ชั่วโมง และใครจะใช้ชั่วโมงมากกว่านี้อีกเท่าไหร่ ก็เป็นเรื่องของแต่ละคนเอง เรื่องราคา เราจะไม่ขอกล่าวถึงนะคะ อย่างที่ได้บอกในตอนแรกๆ ในบล็อกของเรื่องนี้แล้ว ว่าจำราคาย่อยๆ ไม่ได้แล้ว แต่ที่จำได้คือ ราคาชั่วโมงบังคับ แพงกว่าราคาชั่วโมงปกติ… Continue Reading →

ประสบการณ์การทำใบขับขี่รถยนต์ในเยอรมนี ตอนที่ ๒: การเรียน และสอบภาคทฤษฎี

ก่อนจะไปปฏิบัติ เราก็ต้องเริ่มที่ทฤษฎีก่อนนะคะ  สำหรับการเรียนทฤษฎี (der theoretische Unterricht)  จะเรียนทั้งหมดสิบสี่ครั้ง ครั้งละหนึ่งบทเรียน (จะมีทั้งหมดสิบสี่บทเรียน) ครั้งละสองคาบ (Doppelstunde) คือเก้าสิบนาที (ในเยอรมนี หนึ่งชั่วโมงเรียน (คาบเรียน) มี 45 นาทีนะคะ – ขออธิบายเพิ่มหน่อย เพราะมีคนไม่เข้าใจเยอะอยู่เหมือนกัน ว่าทำไมอาจารย์บอกว่าสองชั่วโมง แต่ทำไมได้เรียนแค่ชั่วโมงครึ่ง คือถ้าเป็นการพูดถึงชั่วโมงของการเรียนการสอน จะหมายถึง 45 นาทีค่ะ ไม่ใช่ 60 นาที) ถ้าคนที่มีใบขับขี่มาก่อน อาจจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้าเรียน หรือเข้าเรียนน้อยกว่าชั่วโมงบังคับได้ ประมาณว่า อ่านเองแล้วไปสอบเลย แต่อย่างที่บอกว่า ตรงนี้เราไม่แน่ใจ เช็คกับโรงเรียนสอนขับรถจะดีที่สุดค่ะ เราไม่แน่ใจนะคะว่า ทุกโรงเรียนจะมีวิธีการสอนเหมือนกันหรือเปล่า… Continue Reading →

ประสบการณ์การทำใบขับขี่รถยนต์ในเยอรมนี ตอนที่ ๑: ข้อมูลทั่วไป, โรงเรียน, การสมัครเรียน

ก่อนจะเข้าเรื่อง ขออกตัวไว้ตรงนี้ก่อนนะคะว่า อาจจะลงรายละเอียดเรื่องเอกสาร หรือขั้นตอนต่างๆ ได้ไม่ละเอียดนัก เพราะเราทำนานแล้ว และไม่มีข้อมูลอยู่ในมือเลย  และตอนนี้เราก็ไม่แน่ใจว่า กฎเกณฑ์ต่างๆ จะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน  แล้วก็ราคา เราจำเป๊ะๆ ไม่ได้ แต่รวมทั้งหมด เราหมดไปเกือบสามพันยูโรกว่าๆ ค่ะ แพงมาก เพราะเราสอบขับสามครั้ง เดี๋ยวอันนี้จะมีขยายความทีหลังด้วย เพราะฉะนั้นแล้วติดต่อโรงเรียนสอนขับรถจะดีที่สุดค่ะ เพราะข้อมูลที่โรงเรียนสอนขับรถจะเป็นข้อมูลล่าสุด ที่ถูกต้องที่สุดแล้ว สิ่งที่เราอยากจะแชร์จริงๆ คือเรื่องของการเรียน ทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติมากกว่า ยังไงก็ขอโทษไว้ล่วงหน้าเลยนะคะ สำหรับข้อมูลส่วนที่ไม่สมบูรณ์ การทำใบขับขี่รถยนต์ที่เยอรมนีของเรา เป็นการทำใบขับขี่รถยนต์รั้งแรกในชีวิต ไม่เคยขับรถมาก่อน ไม่เคยแม้แต่ลองหัด คือมือไม่เคยจับพวงมาลัยรถเลย แม้จะจับเล่นๆ ก้ไม่เคย แต่ปั่นจักรยานเป็น  ขับมอเตอร์ไซค์แบบไม่มีคลาสได้ มีใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ แต่ไม่ค่อยได้ใช้รถ ใช้เท่าที่จำเป็น… Continue Reading →

ออแพร์กับการใช้ชีวิตในเยอรมนี: ปัญหาเรื่องน้ำเปล่าสำหรับดื่ม

สำหรับบางคนเรื่องนี้ก็อาจจะไม่ใช่ปัญหา แต่สำหรับเรามันเป็นปัญหาค่ะ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเราเอง และเท่าที่คุยกับหลายๆ คน ก็ค่อนข้างมีปัญหากับเรื่องน้ำดื่มในช่วงแรกๆ อยู่เหมือนกัน จริงๆ มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร เพราะเท่าที่ทราบมา ทุกคนก็เรียนรู้ แก้ไขปัญหานี้ได้ในระยะสั้น แต่แต่ถ้าเรารู้ก่อนล่วงหน้า เราก็จะได้พร้อมเตรียมรับมือ ไม่ต้องเสียเวลากัลบเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยิน หรือเคยรู้มาก่อนแล้วว่า คนเยอรมันนิยมดื่มน้ำอัดแก๊ซ หรือน้ำโซดา เราเองก็รู้มาก่อนจากคนรู้จักที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่ แต่ถึงจะรู้มาก่อน มันก็ยังเป็นปัญหาสำหรับเรา เพราะคนที่แนะนำเราบอกเราผิด จริงๆ ก็ไม่ถึงกับผิดหรอก แค่บอกไม่ครบ คือจริงๆ มันก็ไม่ใช่ความผิดของใครหรอก คนที่บอกก็ม่ได้ตั้งใจจะแกล้ง เนื่องจากน้ำดื่มเนี่ย มันมีหลายยี่ห้อ หลายแบบ ฉลากก็แตกต่างกันออกไป อาจจะไม่ได้สังเกต ข้อมูลเลยอาจจะคลาดเคลื่อนไปหน่อย คนรู้จักเราว่า บอกเราว่า “เนี่ย… Continue Reading →

ค่าของคนวัดยังไง ใช้อะไรวัด แล้วใครสร้างมาตรฐานการวัด

เชื่อว่าหลายคนคงได้อ่านกระทู้ดราม่าเมียฝรั่งในพันทิป ที่มีมาให้เห็นเรื่อยๆ ห่างบ้าง ถี่บ้าง แต่ก็มีมาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ เรื่องการทำตัวให้มีค่า ชีวิตแม่บ้านนั่นนี่ แล้วทุกครั้งก็จะมีดราม่าตลอดเลย มากบ้างน้อยบ้าง ตามสถานการณ์ เราเองก็อ่านนะ แต่ไม่ค่อยได้ออกความเห็นในกระทู้แนวนี้เท่าไหร่ แต่ก็อ่านนะ ได้เจอความเห็นหลากหลายดี บางทีก็ได้ความคิดใหม่ๆ บ้าง เราไม่ค่อยสนใจเรื่องที่ดราม่ากันเท่าไหร่ จนมากระทู้ล่าสุดที่เจ้าของกระทู้ลบไป เราเองคิดคล้ายๆ เจ้าของกระทู้นะคะ แต่ก็ไม่ได้ออกตัวสนับสนุน เพราะเราเองก็คิดเหมือนบางความเห็นว่า มันสิ่งพื้นฐานที่คนน่าจะคิดได้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะแต่งงานกับชาวต่างชาติ หรือชาวไทย หรือจะยังไม่แต่งงาน ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ที่ไหนในโลก แต่มันไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาตัดสินว่าอะไรดี ไม่ดี อะไรควรทำ หรือไม่ควรทำ เพราะปัจจัยชีวิตของคนเราไม่เหมือนกัน และเราก็เห็นด้วยกับบางคนที่ว่า เจ้าของกระทู้อาจจะหวังดี แต่ใช้คำผิดไปหน่อย สรุปคือเราคิดคล้ายกับเจ้าของกระทู้ แต่เราว่าเรื่องแบบนี้มันไม่จำเป็นที่จะเอามาแนะนำคนอื่น ยิ่งเป็นคนที่ไม่รู้จักแล้วด้วย มันจะก่อให้เกิดความบาดหมางกันเฉยๆ นอกจากคนอื่นมาขอคำแนะนำกับเรา… Continue Reading →

จำเป็นหรือเปล่าที่ต้องคบกันต่างแดน เพียงเพราะว่า เป็นคนชาติเดียวกัน

ขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่า สิ่งที่เราเขียนนี้คือมุมมอง คือความคิดของเรา ไม่ได้จะบอกว่า เป็นความคิดที่ถูกต้อง ไม่ได้จะบอกว่าเป็นสิ่งที่ควรจะทำ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ทุกคนก็มีทางเดินเป็นของตัวเอง มีสิทธิ์ที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองเลือก ไม่จำเป็นต้องทำตามในสิ่งที่คนอื่นทำ ถ้าไม่ได้อยากที่จะทำ เราแค่อยากแสดงความเห็นในมุมมองของเราเฉยๆ เราไม่ค่อยเข้าใจตรรกะ คบกันในต่างแดนเพียงเพราะเป็นคนไทยด้วยกัน พอคบกันไป ใครเข้ากันได้ คุยกันถูกคอก็ดีไป เป็นเพื่อนกันได้นานๆ แต่สำหรับบางคน พอคบกันไปแล้ว พอรู้ว่าการใช้ชีวิต คนละแนว ก็ถอยห่างออกมา คนประเภทนี้ไม่น่าห่วงเท่าไหร่ เพราะแสดงว่าไม่ได้แคร์ใครเท่าไหร่ ที่คบตอนแรกเพราะอาจจะอยากมีเพื่อน แต่พอคบไม่ได้ก็หาเพื่อนใหม่ไปเรื่อยๆ แต่ จะมีคนบางประเภทที่ขี้เกรงใจ ไม่ชอบคนที่ตัวเองคบ หรือไม่อยากคบแล้ว แต่ก็ไม่กล้าที่จะเลิกคบ เพราะกลัวอึดอัด มองหน้ากันไม่ติด กลัวคนนั้นโกรธ แล้วเอาไปนินทา กลัวไม่มีเพื่อน กลัวไปสารพัด เราว่าคนแบบนี้น่าเป็นห่วง เพราะอาจจะต้องอยู่แบบไม่มีความสุขเท่าไหร่… Continue Reading →

ออแพร์กับการใช้ชีวิตในเยอรมนี: การปรับตัว

จริงๆ แล้ว ในชีวิตเรามันก็ต้องมีการปรับตัวอยู่ตลอดอยู่แล้วล่ะ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน อาจจะมากบ้างน้อยบ้างตามแต่สถานการณ์จะพาไป มันเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งของมนุษย์ แต่บางครั้งการที่เราไปอยู่ในที่ที่ใหม่จริงๆ ต่างบ้าน ต่างเมือง ต่างวัฒนธรรม ต้องใช้ชีวิตร่วมกับคนที่พูดกันคนละภาษากับเรา คนที่โตมาคนละแบบกับเราสภาพแวดล้อม อาหารการกินที่ไม่คุ้นเคย ก็อาจจะมึนงงไปชั่วขณะได้ เราไม่ได้คิดว่าตัวเองผู้เชี่ยวชาญอะไรในด้านนี้ เลยมาแนะนำคนอื่นนะคะ เราเองไม่ได้มีปัญหาการกับการปรับตัวในตอนนั้น    คือเป็นค่อนข้างอยู่ง่ายกินง่าย อะไรก็ได้อยู่แล้ว เลยไม่มีปัญหาในการอยู่ต่างถิ่นต่างที่เท่าไหร่ เป็นคนที่สามารถไหลตามน้ำไปได้เรื่อยๆ แล้วเราไปเยอรมนีโดยที่ไม่ได้คาดหวังอะไรด้วย เลยไม่ได้ผิดหวังอะไร แต่มีคนรู้จักบางคนที่อยู่ลำบากเหมือนกัน กว่าจะปรับตัวได้ก็ผ่านไปละครึ่งปี เราเลยคิดว่า ถ้าเรารู้จักปรับตัวแต่เนิ่นๆ ชีวิตในเยอรมนีก็น่าอยู่นะ ขอรวมเคสที่คุยๆ กับออแพร์คนอื่นๆ มานะคะ ว่าอะไรที่ทำให้พวกเขาอยู่ยาก เผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลัง หรือคิดจะมาเป็นออแพร์ในเยอรมนี เผื่อว่าจะได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อนด้วย นี่เป็นตัวอย่างที่บางคนไม่ชอบ และรู้สึกว่าปรับตัวลำบากนะคะ เรื่องห้างที่ปิดเร็ว และไม่เปิดวันอาทิตย์ หลายๆ… Continue Reading →

เล่าสู่กันฟัง- ครั้งหนึ่งฉันเคยเป็น(กึ่ง)อาสาสมัครสอนภาษาให้กับเด็กอพยพในเยอรมนี 2

ขอวกเข้ามาที่ครอบครัวของน้องเกาหลีเหนืออีกที พอคุยกับผู้ดูแลสถานอพยพเสร็จ เราก็ไปที่ห้องพักของเด็ก ห้องขนาดไม่ใหญ่เลยค่ะ มีสองห้องนอน นอนห้องละครอบครัว คืออยู่กันสองครอบครัว แชร์ห้องครัว และห้องน้ำ และห้องที่นอนกันห้าคน (ทั้งครอบครัว) เล็กกว่าห้องนอนเราที่นอนกันสองคนอีก แล้วคือข้าวของทุกอย่างอยู่ในนั้นด้วย เพราะไม่มีห้องอื่น เราเคยคิดมาตลอดว่าผู้อพยพอยู่แบบสบายๆ พอได้ไปเห็นก็รู้เลยว่า บางทีสิ่งที่เราได้ยินได้ฟังมา มันก็ไม่เหมือนความจริงซะทีเดียว เด็กๆ (ของทั้งสองครอบครัว) ใช้โต๊ะในครัวนั่งทำการบ้าน โต๊ะในครัวขนาดหกที่นั่ง กับคนเก้าคน    ครอบครัวน้องเกาหลีเหนือนี้ ยังรอคิวเรียนภาษาอยู่ แต่พ่อได้ลงเรียนกับอาสาสมัครก่อนแล้ว แม่ยังเรียนไม่ได้ เพราะเวลาที่อาสาสมัครมา เป็นเวลาลูกๆ เลิกโรงเรียนต้องดูแลลูก ตอนที่เราเข้าไปคุยนั้น ครอบครัวนี้อยู่ที่บ้านพักคนอพยพมาสิบเดือนแล้ว รอใบอนุญาตทำงานอยู่ แม่บอกว่า มีคนเกาหลีที่มาเป็นอาสาสมัครที่บ้านพักอพยพ และได้รู้จักครอบครัวนี้ได้เสนองานให้พ่อแล้ว แค่รอใบอนุญาตทำงาน เราถามว่าทำไมไม่ไปอยู่เกาหลีใต้ เค้าบอกว่า… Continue Reading →

เล่าสู่กันฟัง- ครั้งหนึ่งฉันเคยเป็น(กึ่ง)อาสาสมัครสอนภาษาให้กับเด็กอพยพในเยอรมนี 1

ที่เรียกว่ากึ่งอาสาสมัคร เพราะเราเองก็ได้ผลประโยชน์จากโครงการนี้อยู่เหมือนกัน (ได้หน่วยกิต 4 หน่วยกิตของวิชาเรียน กับใบประกาศจากภาควิชา) แล้วอีกอย่างคือ เราไม่ได้ตั้งใจจะทำตั้งแต่แรก แต่ได้ทำเพราะเราได้ลงเรียนวิชาหนึ่งของมหาวิทยาลัย ซึ่งวิชานี้มีภาคปฏิบัติคือการสอนภาษาและดูแลเด็กอพยพที่เข้าโรงเรียนแล้ว แต่ยังมีปัญหากับภาษาเยอรมันและการปรับตัวอยู่ วันที่ไปฟังคำชี้แจงก็คิดอยู่ว่าจะไหวไหม ต้องสละทั้งแรง ทั้งเวลา เพื่อนร่วมชั้นเรียนก็ตัดสินใจไม่ทำหลายคน มันไม่ใช่วิชาบังคับไง ลงวิชาอื่นในหมวดเดียวกันแทนได้ เราเองก็คิดอยู่สักพักเหมือนกัน เพราะเราก็มีครอบครัวที่ต้องแบ่งเวลาให้ด้วย มีอย่างอื่นที่ต้องรับผิดชอบ แต่เทอมนั้นลงเรียนไม่เยอะ คิดว่าน่าจะจัดสรรเวลาได้ แล้วก็คิดว่ามันน่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีและเป็นประโยชน์ต่ออนาคตของเรา คือน่าจะใช้ลงเรซูเม่ได้เลยแหละ เลยตัดสินใจเรียนวิชานี้ พอได้ทำแล้ว รู้สึกว่าคิดไม่ผิดเลย และคงจะเสียดายมาก ถ้าวันนั้นไม่ตัดสินใจที่จะทำ ประสบการณ์ที่ได้รับ อะไรหลายๆ อย่างที่ได้เรียนรู้ การได้เจอสังคมอีกสังคมหนึ่ง ที่ห่างจากเรามาก ได้ทำความรู้จักกับคนในสังคมนั้น ได้ทำอะไรใหม่ๆ มันคุ้มค่ามาก ไม่ได้รู้สึกว่าเสียเวลาเลย เพราะที่ทำลงไปมันคุ้มค่าเหนื่อยจริงๆ เห็นผลงานตัวเองแล้วก็หายเหนื่อย… Continue Reading →

© 2021 Ickle Owl

Powered by WordPressBased on a theme by Anders NorenUp ↑