บ่อยครั้งที่เราเจอคำถามตามหัวข้อในเวบบอร์ด หรือกระทู้ต่างๆ รวมไปถึงถูกถามโดยตรงจากคนรู้จักบ้าง เลยอยากเขียนเรื่องนี้ไว้ เผื่อว่าอาจจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังอาจจะคิดเรื่องนี้อยู่ แล้วผ่านมาเจอบล็อกนี้พอดี จริงๆ ก็เพื่อความสะดวกของเราเองด้วย เวลามีคนถามจะได้เอาอันนี้ให้อ่านก่อนเลย จะได้ประหยัดเวลาหน่อย รายละเอียดลงลึกกว่านี้ ค่อยว่ากันทีหลัง

เอาล่ะ มาเข้าเรื่องกันค่ะ อันดับแรก ขอจำกัดความก่อนนะคะ ว่าเราจะพูดถึงภาษาที่สาม (หรือสี่ห้าหก สำหรับบางคน) ในแง่ของการสนใจเอง อยากที่จะเรียนเอง คือไม่ใช่การที่จำเป็นต้องเรียน เพราะสถานการณ์บังคับ เช่น ย้ายถิ่นฐาน หรือเพราะหน้าที่การงานเป็นต้น

ทีนี้ พอเรามีความคิดว่าอยากเรียนภาษาเพิ่มเติม เหตุผลในการเลือก ว่าจะเรียนภาษาอะไรของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันออกไป บางคนเลือกภาษาที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับสายงานของตัวเอง บางคนก็อาจจะเลือกภาษาที่เคยเกี่ยวข้อง หรือคุ้นเคย ภาษาที่อาจจะเคยมีอิทธิพลกับเราในวัยเด็ก ภาษาที่เราอาจจะเคยได้ยิน ได้ฟัง และติดอยู่ในใจ อยากที่จะเรียนรู้ต่อยอด หรือเหตุผลอื่นๆ อีกร้อยแปดพันเก้า ที่จะเอามาใช้ตัดสินใจในการเลือกเรียนภาษาต่างประเทศได้

ถ้าเรามีเหตุผลอยู่ในใจ ถ้าเรารู้ว่าเราอยากเรียนภาษาอะไร เพื่ออะไร ลุยเลยค่ะ อย่าเพิ่งเอาความคิดที่จะทำให้เราท้อมาขัดขวางทางเดินเขาเรา ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลย ความคิดที่ว่านี้ ก็เช่น ภาษานี้คนไม่นิยม เรียนมาก็ไม่ได้ใช้อะไรหรอก ประเทศนี้คนใช้ภาษาอังกฤษได้ดี ภาษาท้องถิ่นไม่จำเป็นหรอก อย่าเอาความคิดเหล่านี้มาใส่ในหัวค่ะ อยากเรียนอะไร อยากรู้ภาษาไหน ก็เรียนไปเถอะค่ะ ใช้ใจนำทางไปก่อนค่ะ เราจะได้สนุกกับมัน มีแรงบันดาลใจ เดี๋ยวความอยากเรียนภาษาอื่นๆ ก็จะตามมา ทีนี้เราอาจจะค่อยๆ ลองใช้หัวบ้าง ลองคำนวณดู ว่าควรจะเลือกเรียนภาษาอะไรต่อไปดี หรือจะใช้ใจนำทางไปเรื่อยๆ หรือจะหยุดแค่นี้ ตั้งใจพัฒนาเฉพาะภาษาที่เราเลือกแล้วนี้ให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ก็ไม่ผิดอะไรหรอกค่ะ สำคัญแค่ว่า มันเป็นสิ่งที่เราเลือกแล้วจริงๆ อย่าให้ความคิดของคนอื่น มาทำให้เราไขว้เขว คิดการใหญ่ ใจต้องนิ่งค่ะ

ทีนี้มาถึงคำถามที่ว่า แล้วถ้าคนที่ไม่รู้เลยล่ะว่าจะเรียนภาษาอะไรดี รู้แค่ว่าอยากเรียนภาษาต่างประเทศเพิ่ม จะเลือกภาษายังไงดีล่ะ

ลองนั่งนิ่งๆ แล้วคิดดูว่า มีภาษาที่เราเคยคิดอยากจะเรียนไหม ถ้ามี ก็คิดต่อไปว่า เรายังอยากเรียนอยู่อีกไหม ถ้าเราจำไม่ได้แล้ว ว่าทำไมตอนนั้นอยากเรียน ก็อาจจะลองเสิร์ชหาการ์ตูน หนัง หนังสือ หรือสื่อต่างๆ ในภาษานั้นๆ ในอินเทอร์เน็ตดู ลองคิดทบทวนกลับไปว่า อะไรทำให้เราคิดที่อยากจะเรียนภาษานั้นๆ ลองใช้สิ่งนั้นเป็นแรงบันดาลใจในขั้นต้นดูค่ะ

ขอยกตัวเราเองนะคะ ภาษาเยอรมันเป็นภาษาต่างประเทศภาษาหนึ่ง ที่เราเคยอยากเรียนตั้งแต่เด็ก เพราะอ่านเอมีลยอดนักสืบ (หนังสือนอกเวลาตอนเรียน ม.) แต่ตอนนั้นมันก็เป็นสิ่งเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในไหนซักที่ในตัวเรา คือแค่อยากเรียน ณ ตอนนั้น แต่ไม่ได้ทำอะไรต่อ และเวลาก็ผ่านไป พร้อมกับการลืม ว่าเคยอยากเรียนภาษานี้ จนมานึกได้อีกที ตอนเริ่มเรียนภาษาเยอรมันจริงจัง หลังแต่งงาน ซึ่งแรงขับเคลื่นเล็กๆ ในตัวนี่แหละค่ะ ทำให้เรียนรู้ได้เร็วประมาณหนึ่ง เพราะอยากอ่านเอมีลต้นฉบับได้เร็วๆ หลังจากนั้นหนังสือนิยาย วรรณกรรมอื่นๆ ก็ตามมาอย่างรวดเร็ว

ทีนี้ ถ้าเราลองคิดดูแล้วว่า ไม่เคยคิดอยากเรียนภาษาอะไรเลย ไม่เคยสนใจภาษาในหนังที่ชอบ ไม่มีนักเขียนคนโปรด ที่เราอ่านเรื่องแปลไปแล้ว และอยากจะอ่านภาษาต้นฉบับ คือรู้แค่ว่าอยากจะเรียน แต่เลือกไม่ถูกจริงๆ ถ้าเอาแบบง่ายๆ ก็สุ่มไปเลยสักภาษา อะไรก็ได้ อาจจะเอาที่ใกล้ตัวหน่อย เช่น ชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น ก็อาจจะเลือกญี่ปุ่น ชอบดูหนังจีน ก็เอาจีน ชอบรายการเกาหลี ก็เรียนเกาหลีไปเลย ชอบทำขนมหวานแนวฝรั่งเศส ก็อาจจะเลือกฝรั่งเศส เผื่อไว้อ่านตำราเองได้ ลองมองไปรอบๆ ตัวดูค่ะ ดูของที่เราชอบ ดูความสนใจส่วนตัว อาจจะมีอะไรซ่อนอยู่ในสิ่งเหล่านั้น ที่อาจจะจุดประกายความคิดอะไรบางอย่างในตัวเรา ทำให้เราตัดสินใจได้ว่า จะเรียนภาษาอะไรดี

ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ ก็ลองลิสต์ภาษาต่างประเทศลงในกระดาษดู ลองไปฟังเสียงคนพูด ดูสำเนียง อาจจะในยูทูบ หรือตามช่องข่าวของประเทศนั้นๆ ลองดูตัวอักษร ดูโครงสร้างภาษา สมัยนี้หาดูได้ง่ายมากในเน็ต ถ้าถูกใจภาษาไหน ก็เลือกอันนั้นแหละค่ะมาเรียน

ถ้าตัดสินใจเองยังไม่ได้อีก ก็คงต้องให้คนอื่นตัดสินใจแทน แต่ถ้าคนอื่นเลือกให้ แล้วเราไม่ชอบ ก็อย่าไปว่าเขานะคะ เราขอให้เขาเลือกเอง หรืออีกวิธีหนึ่ง อาจจะหาอ่านตามบทความ(ที่มีอยู่ทั่วไปทางอินเทอร์เน็ต) ว่าภาษาอะไรคนใช้มาก ภาษาอะไรที่มีความสำคัญในระดับโลก ภาษาอะไร(น่า)จะเป็นประโยชน์ในอนาคต ก็ใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจได้ค่ะ

ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้ว การเรียนภาษาใหม่ๆ อาจจะมีช่วงที่ท้อบ้าง อาจจะมีช่วงที่คิดว่ามันยาก จนไม่อยากเรียนแล้ว ลองอดทนดูนะคะ ถ้าผ่านช่วงที่ยากๆ ไปได้แล้ว สถานการณ์จะดีขึ้นค่ะ แต่ถ้าเรียนจนเครียด สุขภาพกาย สุขภาพใจ เริ่มไม่ไหว ก็ลองพักดูก่อน ถอยกลับมามอง ว่าทำไม เราหักโหมเกินไปไหม มาถูกทางหรือเปล่า แล้วค่อยๆ ตัดสินใจค่ะ จะไปทางใหม่ เรียนภาษาใหม่ หรือจะไปต่อทางเดิม แต่อาจจะเปลี่ยนวิธีการเดินทางดู

อันนี้เป็นความคิดส่วนตัวนะคะ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เราคิดว่า สิ่งที่สำคัญที่สุด ในการตัดสินใจอะไรต่างๆ นั้น ต้องไม่ลืมที่จะฟังความคิด ฟังร่างกาย ฟังหัวใจตัวเองนะคะ เชื่อมันในความคิดของตัวเองไว้ค่ะ

เขียนมาซะยาว หวังว่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่กำลังคิดว่าจะเรียนภาษาต่างประเทศเพิ่มเติม แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ ขอให้ตัดสินใจได้เร็วๆ นะคะ ด้วยความปรารถนาดีค่ะ