ก่อนจะเข้าเรื่อง ต้องขอออกตัวไว้ก่อนเลยนะคะ ข้อมูลที่เขียนนี้ มาจากเวบไซต์ของสถานทูต และจากที่น้องๆ หลายขอคำปรึกษามาช่วงหลังๆ นี้ ทำให้ได้ทราบว่า เงื่อนไข และเอกสารในการที่ขอวีซ่าได้เปลี่ยนไปเยอะพอสมควร เลยเห็นสมควรว่า ควรจะอัพเดทข้อมูลข้อมูลใหม่ไว้หน่อย ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ประสบการณ์จริงของตัวเอง แต่ก็เผื่อว่าสิ่งที่รวบรวมมา รวมถึงข้อคิดเห็นของเราเอง จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ผ่านมาเจอบล็อกนี้อยู่บ้าง

ในส่วนที่เป็นความคิดเห็นนั้น ขอให้เก็บไปพิจารณาดูก่อนนะคะ อาจจะสอบถามไปทางสถานทูต หรือสอบถามไปทางโฮสต์ ขอความกรุณาให้โฮสต์ไปถามต่อให้ ที่ที่ทำการอำเภอ หรือหน่วยงานที่ทำการออกวีซ่าของเมืองที่เราจะไป เพราะว่าอย่างที่เอ่ยมาแล้ว เงื่อนไขใหม่ๆ นี้ เราไม่มีประสบการณ์โดยตรง ส่วนที่คิดเองนั้น ก็เลยไม่สามารถที่จะบอกได้ว่า สามารถใช้ได้ร้อยเปอร์เซนต์ ยังไงก็ขอให้ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมด้วยนะคะ

เอกสารที่ต้องใช้ในการขอวีซ่าตามที่สถานทูตกำหนดมานั้น ได้แก่ (ข้อมูล ณ วันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๑ หรือ ค.ศ. 2018)

เอกสาร/หลักฐานที่ใช้ประกอบการยื่นคำร้องขอวีซ่าสำหรับผู้จะไปทำงานโอ-แพร์ในเยอรมนี ได้แก่ (ตัวจริงและสำเนา 2 ชุด):

  • หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งาน พร้อมสำเนาหน้าที่มีข้อมูลส่วนตัว 2 ชุด ในบางกรณีอาจต้องใช้หนังสือเดินทางฉบับเก่า
  • รูปถ่ายไบโอเมตริก 2 ใบ
  • แบบฟอร์มคำร้องสำหรับวีซ่าNational Visa ที่กรอกข้อความครบถ้วน 2 ชุด ต้องตอบคำถามทุกข้อ โปรดแจ้งโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ พร้อมลงลายเซ็น
  • ประวัติการศึกษาและการทำงาน (โดยย่อ) เป็นภาษาเยอรมัน
  • หนังสือแสดงแรงจูงใจในการเป็นโอ-แพร์และแผนในอนาคตที่เขียนด้วยตนเอง (พร้อมฉบับแปลภาษาเยอรมัน)
  • หลักฐานการศึกษาทุกระดับที่ผ่านมา (เช่น ใบรายงานผลการศึกษา พร้อมฉบับแปลภาษาเยอรมัน)
  • สัญญาการทำงาน กับครอบครัวเยอรมันที่จะไปพักอาศัยและทำงานด้วย ซึ่งมีบุตรเป็นเด็กเล็กและใช้ภาษาเยอรมันเป็นภาษาแม่ ในสัญญาต้องระบุสิทธิและหน้าที่ (เช่น เงินเดือนขั้นต่ำสุด 260 ยูโร สิทธิในกำรหยุดพักร้อน 2 วันต่อเดือน เวลาทำงานไม่เกิน 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์/6 ชั่วโมงต่อวัน ประกันสุขภาพและสิทธิเข้าชั้นเรียนภาษา) และต้องระบุชื่อ-นามสกุลของครอบครัวที่เยอรมนีทั้งบิดาและมารดา (ในกรณีมีทั้งคู่) โดยทั้งบิดามารดาและผู้ที่ทำงานโอ-แพร์ต้องเซ็นชื่อในสัญญาด้วย
  • ทะเบียนบ้านของครอบครัวเยอรมันที่มีชื่อเด็กอยู่ด้วย
  • ความรู้ภาษาเยอรมันขั้นพื้นฐาน ควรมีความรู้ภาษาเยอรมันในระดับ A1 ตามกรอบอ้างอิงร่วมของยุโรปว่าด้วยมาตรฐานภาษาต่างประเทศหรือ GER (Gemeinsamer Europäischer Referenzrahmen) สถานทูต ฯ จะเป็นผู้ทดสอบความรู้ภาษาเยอรมันของท่าน ในขณะยื่นคำร้องขอวีซ่า

 

Info:

หมายเหตุ: ท่านสามารถติดต่อหางานโอ-แพร์ผ่านสำนักงำนจัดหาโอ-แพร์โดยเฉพาะ หรือจะติดต่อหางานโดยตรงกับครอบครัวในประเทศเยอรมนีก็ได้

ในวันที่ยื่นคำร้องขอวีซ่าท่านจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีและไม่เกิน 27 ปี สำหรับผู้ถือสัญชาติไทยที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ต้องแสดงหนังสือให้ความยินยอมจากผู้มีอำนาจปกครอง (บิดามารดา)

ด้วยระยะเวลาขอพำนักสำหรับงานโอ-แพร์มีกำหนดสูงสุด 12 เดือน วีซ่าที่สถานทูตฯ ออกให้จะเป็นวีซ่าที่กำหนดให้ไปทำงานโอ-แพร์ เฉพาะในประเทศเยอรมนีเท่านั้น

ในบางกรณีท่านอาจต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม

อ้างอิง: https://bangkok.diplo.de/th-th/service/05-VisaEinreise/langzeit-aupair/1413066

อะไรที่เราเคยพูดกันไปแล้ว เราจะไม่ขยายความเพิ่มเติมกันนะคะ กลับไปดูบล็อกย้อนหลังได้ รวมไปถึง สิ่งที่โฮสต์ต้องส่งมา อันนั้นเราก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโฮสต์ไป สิ่งที่เราจะขยายความกัน ก็คือ

−         ประวัติการศึกษาและการทำงาน (โดยย่อ) เป็นภาษาเยอรมัน

อันนี้แนะนำให้ใช้กูเกิลให้เป็นประโยชน์เลยค่ะ ใช้คีย์เวิร์ดประมาณ Lebenslauf, Lebenslauf Beispiel, Lebenslauf Muster, Lebenslauf Vorlagen เลือกตัวอย่างที่ชอบมาสักอัน แล้วทำเป็นประวัติเราเลยค่ะ แต่อย่าเอาที่มันแฟนซีมากนะคะ แบบสุภาพ และทางการหน่อย ที่สำคัญคือ อย่าให้มีช่องว่างระหว่างปี ไม่ว่าจะทำอะไร ที่ไม่ต่อเนื่อง ก็ขอให้ใส่ลงไปเลยค่ะ เช่น น้องๆ ที่ จบ ม. 6 อาจจะไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัยทันที ก็ขอให้เขียนปีที่ว่างลงไปด้วยว่าทำอะไรอยู่ เขียนให้กระชับ ไม่ควรเวิ่นเว้อนะคะ

−         หนังสือแสดงแรงจูงใจในการเป็นโอ-แพร์และแผนในอนาคตที่เขียนด้วยตนเอง (พร้อมฉบับแปลภาษาเยอรมัน)

เอกสารข้อนี้ ขอให้ลองเขียนเป็นภาษาไทยออกมาเองก่อนนะคะ ว่าทำไมเราอยากไปเป็นออแพร์ คิดว่าโครงการนี้จะให้อะไรแก่เรา ประสบการณ์ที่เราคาดหวัง อะไรที่เราคิดว่าจะทำหลังโครงการ และคิดว่าประสบการณ์จากโครงการนี้ จะเป็นประโยชน์อะไรกับเราในอนาคตได้ ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเขียนยังไงดี ลองใช้กูเกิ้ล แล้วดูเป็นตัวอย่างนะคะ แต่อย่าลอกนะคะ เราเองก็คงมีเหตุผลของเราที่จะไปเป็นออแพร์ และแต่ละคนก็น่าจะมีสิ่งที่คิดไว้ในใจว่าจะทำอะไรต่อ และความคาดหวังของแต่ลงก็คงแตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นเขียนเองดีที่สุดค่ะ เรียบเรียงสิ่งที่อยู่ในหัวเราออกมา แล้วอาจจะให้เพื่อนช่วยอ่าน ว่าเข้าใจสิ่งที่เราจะสื่อไหม หรือไม่เข้าใจตรงไหน เราก็ค่อยขัดเกลาภาษาเราเอง พอได้ฉบับภาษาไทยแล้ว ก็ค่อยแปลเป็นภาษาเยอรมัน ซึ่งขั้นตอนนี้ ถ้าทำเองได้ ก็หายห่วงไป ถ้าแปลเองไม่ได้ ก็คงต้องหาคนแปลนะคะ อันนี้ก็คงคงต้องพึ่งกูเกิ้ลหาที่รับแปล แล้วเลือกเอาตามวิจารณญาณของตัวเอง ถ้าจะเอามาตรฐานหน่อย ก็ดูตามลิสต์สำนักงานแปลในเวบของสถานทูตได้เลยค่ะ หรือถ้างบน้อยอาจจะลองถามนักศึกษาเอกเยอรมัน ปีสูงๆ หน่อย เผื่อจะมีรับแปลราคาย่อมเยา คือไม่สามารถจะบอกได้จริงๆ ว่า แปลที่ไหนดีที่สุด เพราะสมัยก่อนไม่ได้ใช้ แต่ถ้าได้ใช้ ก็คงจะทำตามที่เขียนมานี่แหละค่ะ

−         หลักฐานการศึกษาทุกระดับที่ผ่านมา (เช่น ใบรายงานผลการศึกษา พร้อมฉบับแปลภาษาเยอรมัน)

ในกรณีที่น้องๆ มีทุกอย่างในมือครบ ก็ไม่มีปัญหาอะไร รวบรวมทุกอย่างที่มีไปแปล และนำไปประกอบคำร้องขอวีซ่า จบ เรียบร้อย

แต่ถ้ามีไม่ครบล่ะ เอกสารที่ใช้ในการขอวีซ่าข้อนี้ น้องๆ หลายคนหนักใจมาก เท่าที่ดูจากอีเมล์ที่น้องส่งมา หลายคนบอกว่า พี่คะ ใบเกรดสมัยประถมหนูอยู่ไหนก็ไม่รู้ค่ะ ตอน ม.ต้นก็หาย จำเป็นไหมคะต้องไปขอใหม่ อันนี้บอกตรงๆ ว่า ถ้าพี่ต้องใช้ พี่ก็หนักใจเหมือนกัน เพราะไม่มีเช่นกัน ไม่แน่ใจว่าหายตอนย้ายบ้าน ติดไปกับลังของเก่า น้ำท่วม หรืออะไรก็ไม่รู้ เอาตามตรงพี่ก็ตอบชัวร์ๆ ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะอย่างที่บอก ไม่มีระสบการณ์  แต่ถ้าเป็นพี่ พี่จะสอบถามสถานทูตโดยตรงค่ะ ว่าเอาแค่ของ ม.ปลาย กับของมหาวิทยาลัยได้ไหม (ก่อนเราจะขึ้น ม.ปลาย เราก็ต้องจบ ป.6 ม.3 มาแล้วใช่ไหมล่ะ การที่เรามีวุฒิ ม.ปลาย มันก็เป็นการยืนยันแล้วนี่ส่วนหนึ่ง) หรือของใครหายหมดเลย มีแค่ของมหาวิทยาลัยที่เรียนอยู่ในปัจจุบัน ก็ลองแจกแจง สอบถามไปทางสถานทูตดูนะคะ บอกเหตุผลไป ว่าเราไม่มีแล้ว ไม่สะดวกไปขอใหม่ ไม่ได้อยู่จังหวัดนั้นแล้ว ไม่มีโรงเรียนนั้นแล้ว เหตุผลอะไรก็ว่าไป ลองถามดูค่ะ จะอีเมล์ หรือโทรก็ตามสะดวก แต่ถ้าเป็นพี่ พี่จะส่งอีเมล์ค่ะ เพราะมันจะมีหลักฐานว่า เราได้ถามอะไรไป และเขาตอบอะไรมา

อีกอย่างหนึ่งที่สามารถทำได้คู่กันคือ ถามโฮสต์ค่ะ ขอความกรุณาให้โฮสต์ถามที่ที่จะพิจารณาวีซ่าให้เรา ว่าสถานทูตระบุว่าต้องใช้เอกสารการศึกษาทุกระดับที่ผ่านมา แต่เรามีแค่สอง หรือหนึ่งระดับล่าสุด จะมีผลต่อการพิจาณาวีซ่าไหม หรือเราต้องทำยังไง ถ้าที่เยอรมนีบอกว่ายกเว้นได้ ขอให้โฮสต์ส่งมาเป็นอีเมล์นะคะ เราจะได้เอาคำยืนยันนี้ไปประกอบคำร้องขอวีซ่า

แล้วถ้าเขายืนยันที่จะเอาเอกสารทั้งหมดล่ะ อันนี้ก็คงต้องเสียสละเวลาตัวเองไปตามให้ครบแล้วล่ะค่ะ อาจจะสอบถามไปทางโรงเรียนก่อน ว่าเราจบปีการศึกษาที่เท่าไหร่ ยังไปขอย้อนหลังที่โรงเรียนได้ไหม ถ้าไม่ได้ ต้องไปที่ไหน พี่คิดว่าโรงเรียนน่าจะให้คำตอบได้ค่ะ

อยากจะเสริมนิดหน่อย การแปลเอกสารในข้อนี้ พี่คิดว่าควรจะแปลกับสำนักงานที่ได้รับรองจากสถานทูตนะคะ เพราะมันเป็นเอกสารสำคัญอย่างหนึ่ง ควรจะเลือกที่เป็นทางการหน่อย ลองหาดูรายชื่อสำนักงาน หรือคนรับแปลจากเวบสถานทูตนะคะ

ยังไง เผื่อมีน้องคนไหนที่ไปขอวีซ่าออแพร์ช่วงนี้ ผ่านมาทางนี้ ก็เล่าประสบการณ์ไว้ในคอมเมนต์ด้วยก็ได้นะคะ เผื่อเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่กำลังจะทำวีซ่า หรือกำลังคิดว่าจะไปเป็นออแพร์ จะได้อ่านจากประสบการณ์จริงด้วย เพราะอย่างที่บอก ว่าสมัยก่อนมันไม่ได้ใช้ เลยไม่ได้รู้จริง

ขอให้ทุกคนโชคดีนะคะ 🙂