นอกจากการเล่าประสบการณ์ของตัวเอง ที่ทำให้สอบขับไม่ผ่านแล้ว ก็อยากจะรวบรวมขึ้นมาเพิ่มด้วย จากการถามคนอื่นรอบๆ ตัว ที่สอบครั้งแรก หรือครั้งที่สองไม่ผ่านไม่เหมือนกัน เผื่อว่าอาจจะเป็นประโยชน์ สำหรับคนที่กำลังจะเตรียมตัวสอบภาคปฎิบัติอยู่

ถึงแม้ว่าสิ่งที่เรารวบรวมมา อาจจะเป็นแค่ส่วนหนึ่งเล็กๆ ที่อาจจะทำให้สอบตกปฎิบัติ อาจจะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่อย่างน้อยก็อาจจะพอทำคิดถึงการแก้ปัญหาขึ้นมาคร่าวๆ ได้ ถ้าเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ที่ว่า ขึ้นมาจริงๆ จะแก้ปัญหายังไง ซึ่งวิธีแก้ เราเองก็ไม่มีให้หรอกค่ะ แต่ถ้าคนที่จะสอบ ได้รู้ว่าปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ มีอะไรบ้าง จะได้มีเวลาคิดแต่เนิ่นๆ ว่า ถ้าเกิดอย่างนี้ขึ้น เราจะทำยังไง พอถึงเวลาจริงอาจจะได้เอาที่คิดไว้ออกมาใช้แก้ปัญหาได้ หรือจะได้ระวังไว้ไม่ให้เกิดขึ้นได้

สิ่งที่(อาจ)จะทำให้เราสอบขับตกก็เช่น

เวลาซ้อม กับเวลาสอบคนละเวลา อาจจะทำให้ไม่ชินกับจำนวนรถร่วมถนนในเวลานั้นๆ อาจจะทำให้เราประหม่าได้ ปัญหานี้ อาจจะไม่เกิดสำหรับคนที่อาศัยอยู่ในเมือง เพราะปริมาณรถบนท้องถนนในช่วงเวลาต่างๆ อาจจะไม่ต่างกันมากนัก แต่สำหรับคนที่อาศัยอยู่รอบนอกแล้ว จะรู้ว่ามีช่วงเวลาที่มีรถหนาแน่น และมีช่วงเวลาที่แทบจะไม่มีรถเลย ถ้าเป็นไปได้ ควรจะลองเรียนขับในหลายช่วงเวลาดูนะคะ

ไม่ทำให้รถหยุดหน้าป้าย Stopp ตรงป้ายนี้ ยังไงก็ต้องหยุดนะคะ ถึงเราจะมองเห็นว่าไม่มีรถผ่านมาเลย อันนี้หลายคนแค่ชะลอรถ แต่จริงๆ คือต้องหยุด จะมีรถหรือไม่มีรถผ่านมาก็ตาม อย่าให้รถไหลได้

ทางม้าลาย ปัญหาบางอย่างคือ ตอนเรียนขับ อาจจะไม่เจอคนข้ามเลย คือรู้แหละว่าต้องหยุด แต่ถ้าไม่เคยเจอสถานการณ์จริง ก็อาจจะมีลนได้ ถ้าเจอคนยืนรอข้ามถนนอยู่ สิ่งที่จะช่วยได้คือสติค่ะ อันนี้อาจารย์ที่สอนเราบอกว่า ถ้าเห็นคนริมถนนใกล้ทางม้าลายให้ชะลอไว้ก่อนเลย เตรียมหยุดเลย ถ้าคนที่เดินอยู่ไม่หันหน้าเข้าถนน ค่อยผ่านไป และอีกอย่างคือ ถ้าคนข้ามถนน่านรถเราไปแล้ว แต่ยังไม่ถึงอีกฝั่ง อย่าเพิ่งออกรถนะคะ ให้รอจนคนข้ามขึ้นไปบนฟุตบาทอีกฝั่งก่อน แล้วค่อยออกตัว

สังเกตป้ายกำหนดความเร็วดีๆ อย่าใช้ความรู้สึก อันนี้เราพลาดมาแล้ว ขับเร็วเกินกว่ากำหนด เวลาขับให้พยายามมองดูด้วยว่า ป้ายจำกัดความเร็วมีไหม ถ้าไม่แน่ใจ ก็ค่อยๆ ไปค่ะ ในเขตชุมชนส่วนมากจะกำหนดที่ 30 มี 20 บ้าง ให้ดูดีๆ ถ้าเป็นถนนเด็กเล่น (ส่วนมากจะมีป้ายบอก และตัวพื้นถนนจะเป็นอิฐแดง) ให้เลี้ยงรถไปค่ะ คือให้รถไหลไปเรื่อยๆ ไม่เร่งความเร็ว ถนนเด็กเล่นนี้เจอไม่ค่อยบ่อย แต่ก็อาจเจอได้เหมือนกัน

ตั้งสติดีๆ ถ้าเจอคนคุมสอบกวน ไหวพริบต้องมา อันนี้ไม่ได้พูดเล่นนะคะ ครูสอนขับรถเราบอกว่ามีจริงๆ เช่น เขาจะบอกเราเลี้ยวซ้าย แต่ทางซ้ายเป็นถนนวันเวย์ที่ต้องวิ่งมาจากอีกฝั่ง คือห้ามเข้าจากฝั่งเรานั่นเอง เราก็ต้องแย้งว่า มันไปไม่ได้นะคะ ห้ามเข้า คือเหมือนเขาจะทดสอบไหวพริบมั้ง แต่เราเรียกกวนอะ

บน Autobahn อย่าขับตามรถบรรทุกอย่างเดียว ถ้ามีโอกาสให้แซง อันนี้ตอนเราฝึกแรกๆ เราก็ชิดซ้ายขับ 80 ตามรถบรรทุกอย่างเดียว แต่ครูสอนขับรถก็พยายามฝึกให้เราแซง เพราะครูบอกว่า ตอนสอบมันดูไม่มีความมั่นใจ คือถ้าเลนส์กลางมีรถมาเรื่อยๆ แซงไม่ได้ก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่พยายามแสดงให้คนคุมสอบเห็นด้วยว่า เราพยายามแล้ว แต่โอกาสไม่เอื้ออำนวย

เจอรถตำรวจ รถพยาบาล รถกู้ภัยที่เปิดหวอมา ชะลอเลยค่ะ มองว่ารถหวอมาทางไหน สังเกตเพื่อนร่วมถนน ตามหลักก็ต้องหยุดชิดไหล่ทางด้านที่เราขับอยู่ อาจจะมีบางกรณีที่รถฉุกเฉินถูกเปิดทางมาทางไหล่ทาง เราก็แอบไปอีกฝั่ง เพื่อให้รถเขาผ่านไปได้สะดวก แล้วหยุดรถนะคะ ไม่ใช่แค่ชะลอ แล้วขับต่อช้าๆ ต้องนิ่งสนิท ให้รถฉุกเฉินผ่านไปก่อน สังเกตด้วยว่าเขามากันกี่คัน อย่าเพิ่งออกตัวทันทีที่มีรถผ่านไปหนึ่งคัน ดูก่อนสักแป๊บ ว่ามีรถฉุกเฉินตามมาอีกไหม เพื่อนร่วมทางเป็นยังไง แล้วค่อยๆ ออกตัว แล้วก็ขับตามปกติไปค่ะ

จักรยานถือเป็นพาหนะที่มีสิทธิ์เหมือนรถอื่นๆ บนท้องถนน ถ้าเขามาทางเอก เรามาทางโท เราก็ต้องหยุดให้เขาไปก่อนนะคะ เหมือนกับที่เราหยุดให้รถคันอื่นไปก่อน ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ให้สังเกตความเร็วของจักรยานด้วย คือบางทีเรามองเห็น แต่อยุ่ในรัศมีที่เราสามารถจะไปได้ โดยที่จักรยานจะยังมาไม่ถึง หรือไม่ต้องจอดเพราะเรา เราก็สามารถไปได้นะคะ แต่บางทีมันเป็นจักรยานแข่ง หรือเด็กวัยรุ่นที่ปั่นเร็วๆ ก็ต้องช่างใจเอา ว่าจะยังไง แต่ไม่ว่าจะยังไง ขอให้มั่นใจ และตัดสินใจให้ดีที่สุดในขณะนั้น

นี่ก็เป็นสิ่งที่เขียนจากประสบการณ์ และจากการสอบถามคนรอบตัวมานะคะ คือมันก็ไม่ได้มีแค่นี้หรอก สาเหตุที่อาจจะทำให้สอบตก แต่ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ และเราได้รวบรวมมา ถ้ามีโอกาสได้คุยกับคนอื่นอีก และมีอะไรเพิ่มเพิม ก็จะมาเพิ่มค่ะ

ยังไงก็แล้วแต่ ยืนยันว่า สติกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเวลาสอบขับสำคัญมาก และก็ขออวยพรให้คนที่กำลังจะทำใบขับขี่ กำลังจะสอบขับ ประสบความสำเร็จ และได้ใบขับขี่กันทุกคนนะคะ โชคดีค่ะ