หลายคนอาจจะคิดว่า อีป้านี่บ้าหรือเปล่า มาเขียนเรื่องวันคริสมาสต์ตอนกลางเดือนมกรา จริงๆ ตอนแรกว่าจะเขียนบล็อกนี้หลังวันคริสต์มาสทันทีแหละค่ะ จะได้บรรยากาศ ถ่ายรูปไว้ด้วย อย่างดีเลย แต่ว่าเกิดเหตุขัดข้องกับเมมโมรี่การ์ด รูปที่ถ่ายไว้ หายหมดเลย ทำเอาเราเสียหลักไปเหมือนกัน แต่ตอนนี้ตั้งหลักได้แล้ว และรู้สึกว่ายังอยากจะเขียนอยู่ เลยตัดสินใจเขียนบรรยายแบบแห้งๆ นี่แหละค่ะ  ไว้ปีนี้จะถ่ายรูปโดยใช้ทั้งกล้อง ทั้งมือถือสำรองไว้ด้วย แล้วค่อยเขียนใหม่เนอะ

วันคริสต์มาส หรือ Weihnachten ที่เยอรมนี จะเป็นวันที่ 24 ธันวาคม ซึ่งฝั่งอเมริกาจะเป็น Christmas Eve แต่เราจะไม่กล่าวถึงจุดนั้นนะคะ และ วันที่ 25 และ 26 ธันวาคม จะถือว่าเป็น  1. Weihnachtsfeiertag  และ 2. Weihnachtsfeiertag ตามลำดับ พูดง่ายๆ ก็คือ วันหยุดคริสต์มาส วันที่หนึ่ง และวันที่สอง นั่นเอง ซึ่งการเฉลิมลองนั้น ก็อาจจะแตกต่างกันไปแต่ละครอบครัวนะคะ และเราก็ไม่รู้ว่าแต่ละบ้านทำกันยังไง สิ่งที่เราจะเล่าต่อไปนี้ คือเรื่องราว และวิธีการเฉลิมฉลองช่วงเทศกาลนี้ แบบครอบครัวของเรานะคะ

วันที่ 24 สำหรับครอบครัวเรา จะเป็นการเฉลิมฉลองภายในครอบครัวหน่วยเล็กค่ะ คือทานข้าว ให้ของขวัญกันภายในครอบครัว หมายถึงครอบครัวที่มีแค่ สามีภรรยา หรือรวมลูกเข้าไปด้วย สำหรับบ้านของพี่ชาย และพี่สาวของสามี ยกเว้นคุณแม่สามี ที่ส่วนมากจะร่วมฉลองกับพี่สาวของสามี เนื่องจากอยู่บ้านเดียวกัน และไม่มีครอบครัวย่อยแล้ว พ่อของสามีเราเสียไปนานแล้วค่ะ แม่สามีก็ไม่ได้มีครอบครัวใหม่ แต่ก่อนก็ใช้เวลาอยู่กับคุณตาคุณยาย พอคุณตาเสีย ก็ใช้เวลานี้กับคุณยายของสามีต่อ จนกระทั่งคุณยายของสามีเสียไป เมื่อประมาณสองสามปีก่อน จากนั้นมา แม่สามีก็ใช้เวลานี้กับบ้านของพี่สาวสามี

บ้านอื่นจะทำอะไรยังไง อันนี้เราไม่ทราบนะคะ แต่บ้านเรา เรามีประเพณีของเราค่ะ วันนี้สามีจะลงครัวทำกับข้าว และจะทำ Rinderrouladen พร้อมเครื่องเคียงเอง ทุกปี แต่ของหวานจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แล้วแต่ว่าคิดอยากทำอะไร แล้วเราก็จะหาหนังที่เล่นในช่วงคริสมาสต์มาดูกันค่ะ บางเรื่องดูแล้วก็ดูอีก บางเรื่องดูครั้งเดียวก็พอ บ้านเราไม่ค่อยดื่มแอลกอฮอล์กันนะคะ เคื่องดื่มก็เป็นซอฟท์ดริงค์ธรรมดา แต่บางทีปีคุณสามีก็มีเบียร์สักขวดบ้าง ก็ว่ากันไป ซึ่งบ้านเราก็มีแค่นี้แหละค่ะ เรียบๆ ง่าย

ทีนี้ทุกๆ ปี ไม่วันที่ 25 ก็ 26 แล้วแต่ว่าจะว่างตรงกันวันไหน (บางที พี่สาวและพี่ชายสามีก็ต้องมีไปทานข้าวกับฝั่งเขย ฝั่งสะใภ้เหมือนกันค่ะ เลยต้องให้เวลาลงตัวกัน) เราก็จะไปรวมตัวกันที่บ้านของคุณแม่สามีค่ะ เป็นการฉลองครอบครัวใหญ่ แลกเปลี่ยนของขวัญกันภายในครอบครัวใหญ่อีกที ปีนี่ เรารวมตัวกันวันที่ 25 ค่ะ เริ่มจากบ่ายๆ มีชา กาแฟ เค้ก แล้วก็ Plätzchen ที่คุณแม่สามีอบเองทุกปี (เป็นคุกกี้สูตรเยอรมัน ที่จะนิยมทำกันเฉพาะช่วงคริสต์มาสนี้) คุยกันสัพเพเหระ แล้วก็ย้ายไปห้องนั่งเล่น แกของขวัญกันค่ะ ปีแรกๆ เราแอบกลัวนะคะ คือเราไม่ชอบการให้ และการรับของขวัญอะค่ะ บางทีก็ต้องรับเพราะคนให้ตั้งใจให้ ถึงแม้จะไม่ถูกใจ และไม่สามารถจะเอามาใช้ประโยชน์ได้แน่นอน แต่กับครอบครัวนี้ ไม่เป็นแบบนั้นค่ะ ให้ของขวัญตามประเพณีจริง แต่ต้องถูกใจทั้งผู้ให้ และผู้รับค่ะ คือเราจะมีลิสต์สิ่งของที่อยากได้ คือเราได้ของที่อยากได้แน่นอน ได้ของที่เราเอามาใช้ได้จริงแน่นอน เพียงแต่จะได้จากใครแค่นั้นเอง เลยไม่มีปัญหาเรื่องของไม่ถูกใจ

พอแกะของขวัญเสร็จแล้ว ก็พักผ่อนตามอัธยาศัย ก่อนจะเริ่มทำมื้อเย็นกัน ส่วนมากแม่สามีจะลงครัวเอง ลูกๆ หลานๆ ก็ช่วยนิดๆ หน่อยๆ ตามแต่แม่ครัวจะบอก ซึ่งของกินก็เปลี่ยนไปทุกปี ตามใจแม่ครัว ปีนี้เรามี ก๋วยเตี๋ยวฝรั่ง (หรือจะเรียกบะหมี่ดี) นวดแป้ง ทำเส้นเอง ใช้เครื่องกด มีเนื้ออบ กับซอสสับปะรด ของพี่สาวสามีเปลี่ยนจากเนื้อเป็น ถั่วผสมเต้าหู้อบ (พี่สาวสามีไม่กินพวกเนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อแกะ ไก่ หรือผลิตภัณฑ์จากพวกนี้ กินแก่ปลา กับอาหารทะเล) แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการกินร่วมกับคนอื่น ของหวานปีนี้เป็นไอสกรีม กับซอสราสเบอร์รี่ (ระหว่างเขียนอยู่นี้ก็หิวมาก ดีนะที่รูปหายด้วย ไม่งั้ยคงต้องพักไปหาอะไรกินก่อน) หลังจากมื้อเย็น ก็คุยกันนั่นนี่ ไปเรื่อยๆ จนถึงประมาณ สามสี่ทุ่ม ก็แยกย้ายกันค่ะ จบวันคริสต์มาสบ้านเรา เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ทุกปี แต่ไม่เคยเบื่อเลย ยังคงเป็นวันที่มีความสุขอีกวันของเราค่ะ

ส่วนเรื่องของการไปโบสถ์ และทำอะไรบ้างนั้น เราไม่ทราบนะคะ พอดีเราก็เป็นพุทธ สามีก็ออกจากศาสนามานานมากแล้ว พี่ชาย พี่สาวสามี ก็มีไปโบสถ์บ้าง แต่ไม่บ่อยนัก มีแม่สามีกับหลานที่ยังไปโบสถ์ตามปกติ แต่เราก็ไม่ได้ถามนะคะว่า ไปวันไหน และทำอะไรบ้างๆ ถ้าว่างๆ และไม่ขี้เกียจ เราอาจจะลองไปกับแม่สามีสักวัน แล้วจะนำมาเล่าสู่กันฟังใหม่นะคะ