ก่อนจะไปปฏิบัติ เราก็ต้องเริ่มที่ทฤษฎีก่อนนะคะ  สำหรับการเรียนทฤษฎี (der theoretische Unterricht)  จะเรียนทั้งหมดสิบสี่ครั้ง ครั้งละหนึ่งบทเรียน (จะมีทั้งหมดสิบสี่บทเรียน) ครั้งละสองคาบ (Doppelstunde) คือเก้าสิบนาที (ในเยอรมนี หนึ่งชั่วโมงเรียน (คาบเรียน) มี 45 นาทีนะคะ – ขออธิบายเพิ่มหน่อย เพราะมีคนไม่เข้าใจเยอะอยู่เหมือนกัน ว่าทำไมอาจารย์บอกว่าสองชั่วโมง แต่ทำไมได้เรียนแค่ชั่วโมงครึ่ง คือถ้าเป็นการพูดถึงชั่วโมงของการเรียนการสอน จะหมายถึง 45 นาทีค่ะ ไม่ใช่ 60 นาที) ถ้าคนที่มีใบขับขี่มาก่อน อาจจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้าเรียน หรือเข้าเรียนน้อยกว่าชั่วโมงบังคับได้ ประมาณว่า อ่านเองแล้วไปสอบเลย แต่อย่างที่บอกว่า ตรงนี้เราไม่แน่ใจ เช็คกับโรงเรียนสอนขับรถจะดีที่สุดค่ะ

เราไม่แน่ใจนะคะว่า ทุกโรงเรียนจะมีวิธีการสอนเหมือนกันหรือเปล่า ที่เราจะเล่านี้ คือที่โรงเรียนที่เราเรียนนะคะ ตอนสมัครจะได้ซีดีข้อสอบหนึ่งชุด (ไม่มีคู่มือเนื้อหาแยกออกมานะคะ อันนี้ถ้าอยากได้ อาจารย์จะบอกชื่อหนังสือ แล้วไปซื้อเอง แต่อาจารย์ก็บอกว่าไม่จำเป็น เรียนแค่ในห้องกับซีดีก็พอ ถ้าสงสัยก็ถามหรือค้นในอินเทอร์เน็ตเอา เราเลยไม่ซื้อตามที่อาจารย์บอก) ในซีดีจะเลือกภาษาได้ หลายภาษาอยู่ แต่เราไม่รู้นะคะว่ามีภาษาอะไรบ้าง แต่ที่แน่ๆ ไม่มีภาษาไทย เราเลือกภาษาเยอรมันไปเลย เพราะเลือกเรียน เลือกสอบเป็นภาษาเยอรมันแล้ว ไม่ได้ซื้อคู่มือที่เป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษมาอ่านเพิ่ม ในซีดีจะแบ่งเป็นสามหมวด (ถ้าจำไม่ผิดนะคะ) คือมีหมวดเรียน จะเป็นคำถาม กับคำตอบมาคู่กันเลย แล้วก็หมวดทำแบบฝึกหัด อันนี้จะคล้ายๆ ข้อสอบ คือมีคำถาม มีตัวเลือกให้คลิ๊ก แต่จะเป็นการเรียงลำดับคำถามตั้งแต่ข้อแรก ถึงข้อเก้าร้อยกว่าๆ เลย (ตอนนี้ได้ยินว่าตัวอย่างคำถามเพิ่มมาเป็นพันกว่าข้อแล้ว) และหมวดสุดท้าย หมวดข้อสอบ อันนี้จะโปรแกรมจะสุ่มคำถามเป็นชุดๆ มาให้เราฝึก ชุดละสามสิบกว่าข้อ เหมือนข้อสอบจริง เราก็จะใช้โปรแกรมนี้ฝึกอยู่กับบ้าน

ส่วนการเรียนในโรงเรียนที่เราเรียน จะมีแบ่งเป็นสามช่วง ช่วงแรก อาจารย์จะแจกข้อสอบเป็นกระดาษ ให้ทำ แล้วส่ง อาจารย์ก็จะตรวจแล้วคืนให้ และจะสุ่มข้อสอบ 3-4 ข้อ ถามปากเปล่าในห้องอีก  ช่วยกันตอบ ตรงนี้จะใช้เวลาไม่นาน คือใครมาช้า อาจารย์ก็จะไม่แจกข้อสอบหัดทำแล้ว รอตอบปากเปล่า กับรอเรียนเลย

พอเสร็จช่วงแรก เข้าช่วงที่สอง อาจารย์ก็จะเกริ่นเนื้อหาก่อนเล็กน้อย ว่าวันนี้จะเรียนเกี่ยวกับอะไร เสร็จแล้วก็ดูวีดีโอบรรยาย ตรงนี้จะกินเวลามากสุด จำได้ไม่แม่นนัก แต่น่าประมาณ 50 นาที ถึง 1 ชั่วโมงเลยแหละค่ะ พอวีดีโอบรรยายจบ ก็เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของชั่วโมงเรียนทฤษฎี อาจารย์ก็จะตอบคำถาม ถ้ามีคนสงสัย แล้วก็อาจจะมีการถามทวนบ้าง ว่าในวีดีโอมีอะไรสำคัญบ้าง คล้ายๆ กับการช่วยกันสรุปอีกที ที่เราเรียน คนไม่เยอะ ประมาณ 8-10 คนต่อกลุ่ม บรรยากาศการเรียนก็ดี สนุกดี มีคนเข้าบ้าง ออกบ้าง เพราะว่าการเรียนทฤษฎี มันไม่จำเป็นต้องเริ่มที่บทแรก ที่เราเรียนสมัครตอนไหนก็ได้ แต่ต้องเรียนให้ครบสิบสี่บท แค่นั้นเอง ถ้าระหว่างเรียน มีขาดบ้าง ก็ต้องรอให้บทนั้นวนมาอีกรอบ แล้วค่อยเข้าไปเรียนบทที่ขาดเอา จริงๆ ตรงนี้มันเป็นข้อเสียของคอร์สช้านะคะ ถ้าขาดครั้งหนึ่ง ก็รอนานเลย ไม่เหมือนคอร์สเร่งรัด ที่มีเรียนทุกวัน ถ้าขาดเรียนก็ไม่ต้องรอนาน แต่ว่าเราไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ ไม่ได้จะรีบสอบ เลยไม่มีปัญหาอะไร กับการที่จะต้องรอ เลยไม่ได้คิดว่ามันแย่อะไร แต่ถ้าใครอยากได้เร็วๆ แนะนำหาโรงเรียนที่เป็นหลักสูตรเร่งรัดแต่แรกนะคะ จะตอบโจทย์ได้กว่ามาก

กลับมาเข้าเรื่องกัน พอเรียนถึงประมาณครั้งที่สิบ หรือสิบเอ็ดของเรา อาจารย์จะดูว่าเราพร้อมสอบหรือยัง ถ้าอาจารย์เห็นว่าเราพร้อมจะสอบแล้ว ก็จะถามว่าจะสมัครสอบเลยหรือเปล่า พร้อมไหม อาจารย์จะเลือกวันที่หลังจบครั้งที่สิบสองเลย เพราะเราลงสอบก่อนทฤษฎีก่อนเรียนจบทฤษฎีได้ค่ะ แต่ต้องเรียนอย่างต่ำสิบสองครั้งก่อน และหลังสอบก็ต้องมาเก็บอีกสองชั่วโมงให้ครบด้วย (ไม่ทราบนะคะว่า ตอนนี้ยังจะเป็นอย่างนี้อยู่ไหม) ถ้าใครพร้อมจะสอบหลังการเรียนครั้งที่สิบสองก็ได้ หรือจะรอจนเรียนจบก่อนก็ได้ เขาไม่ได้บังคับ ขึ้นอยู่กับเราด้วย เราเอง สอบหลังจบการเรียนครั้งที่สิบสองค่ะ โรงเรียนของเรามีบริการสมัครให้ และพาไปสอบนะคะ แต่เสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม หรือใครจะไปสมัครที่หน่วยงานเองก็ได้ แต่เราให้อาจารย์จัดการให้หมดเลย เพราะขี้เกียจหาข้อมูลเอง และขี้เกียจไปเอง

มาถึงวันสอบทฤษฎี อาจารย์นัดที่โรงเรียน เพราะสะดวกกว่ามารอรับหน้าตึก วันนั้นมีคนไปด้วยกันสามคน สนามสอบเป็นโรงเรียนประถมที่อยู่ในเมืองใกล้ๆ พอไปถึงก็ดูว่าเราสอบอยู่ห้องไหน ไปรายงานตัวกับกรรมการคุมสอบหน้าห้อง ยื่นเอกสารประจำตัว ตรวจบัตรประชาชน หรือพาสปอร์ต และจะบอกว่าเรานั่งตรงไหน ก็ไปนั่งตรงที่จัดไว้แล้ว ตรงหน้าเราก็จะมีแทปเล็ตที่ลงทะเบียนไว้แล้ว มีชื่อเราบนจอ (อันนี้ไม่รู้ว่าทุกที่เป็นเหมือนกันหรือเปล่านะคะ และไม่ทราบว่าตอนนี้เป็นยังไง) ห้ามจับ ห้ามแตะอะไรทั้งสิ้น ต้องรอเวลา และรอทำพร้อมกัน

พอทุกคนมาครบแล้ว กรรมการจะชี้แจงกติกา ใครมีอะไรสงสัยก็ให้ถามตอนนั้นเลย และจะบอกว่าเริ่มได้ เราก็จิ้มปุ่มสตาร์ทที่แทปเล็ตเลย ข้อสอบสามสิบสามข้อ พอเสร็จก็กดส่ง ผลสอบเราจะขึ้นที่คอมของคนคุมสอบเลย ซึ่งเราก็จะได้ผลสอบที่ปรินท์ออกมาทันที คือสอบเสร็จ กดส่ง เดินออกมาหน้าห้อง รับผลสอบ และเดินออกมาเลย เราสอบได้เต็ม ไม่ผิดสักสักข้อค่ะ ซึ่งเราคิดว่ามันเป็นเรื่องปกตินะคะ สอบทฤษฎีนี่น้อยคนมากจะไม่ผ่าน เพราะมันสามารถที่จะผ่านได้ง่ายจริงๆ ไม่ต้องท่อง ไม่ต้องเรียนแบบเอาเป็นเอาตายด้วย ตามความคิดเห็นเรานะคะ เราคิดว่าอ่านข้อสอบสม่ำเสมอ วันละยี่สิบ สามสิบนาทีก็โอเคแล้วล่ะค่ะ แต่ถ้าเรียนแบบเร่งรัดก็อาจจะต้องใช้เวลาเรียนต่อวันมากกว่าหน่อย ส่วนวิธีการเรียนก็แล้วแต่นะคะ ใครถนัดแบบไหนก็แล้วแต่เลย

การที่เราจะผ่านหรือไม่ผ่านนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราทำผิดกี่ข้อ แต่ขึ้นอยู่กับว่า เราเสียคะแนนไปกี่กี่คะแนน ในข้อสอบนั้น คะแนนแต่ละข้อจะไม่เท่ากัน คะแนนสูงสุดจะอยู่ที่ห้าคะแนน ถ้าจะสอบทฤษฎีให้ผ่าน ต้องเสียคะแนนไม่เกิน 10 คะแนน แต่ต้องไม่ใช่ข้อละ 5 คะแนนสองข้อนะคะ เช่น ถ้าเราทำผิด 3 ข้อ อาจจะมี 5 คะแนนข้อหนึ่ง 3 คะแนน แล้วก็ 2 คะแนนอีกอย่างละข้อ รวมเสียไปสิบคะแนน ก็จะยังสอบผ่านภาคทฤษฎีอยู่นะคะ แต่ถ้าเราทำผิดแค่สองข้อ แต่ดันเป็น 5 คะแนน ทั้งสองข้อ อย่างนี้จะถือว่าไม่ผ่านค่ะ

ในความคิดของเรานะคะ เราคิดว่าภาคทฤษฎีไม่มีอะไรน่ากลัว และน่ากังวลเลยค่ะ ถ้าอ่านเนื้อหา หัดทำข้อสอบบ่อยๆ เราว่ายังไงก็ผ่านค่ะ ไม่ยากเลย สำหรับเรานะคะ ภาคปฏิบัติหินกว่าเยอะเลย TT