เคยเขียนเรื่องคนโลกส่วนตัวสูงไปแล้วครั้งหนึ่ง และบล็อกนั้น ก็มีหลายคนตั้งคำถามในทำนองที่ว่า จะปรับตัวเข้าหาคนโลกส่วนตัวสูงยัง มีแฟนเป็นคนโลกส่วนตัวสูง จะทำยังไง เราคงตอบแทนคนโลกส่วนตัวสูงทั้งหมดไม่ได้หรอกนะคะ เพราะถึงจะโลกส่วนตัวสูงเหมือนกัน ก็ไม่ได้หมายความจะมีความคิด และพฤติกรรมทุกอย่างเหมือนกัน หรือไปในแนวทางเดียวกันทั้งหมด แต่จะขอตอบในมุมมอง และความคิดของเราเองก่อน และก่อนจะพูดถึงเรื่องนั้น ขอย้ำตรงนี้อีกครั้งว่า ในความคิดของเรา คนโลกส่วนตัวสูง ไม่ใช่คนมีปัญหากับคนอื่น  ไม่ใช่คนที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ไม่ได้มีปัญหากับการใช้ชีวิตในสังคมนอกโลกส่วนตัวของตัวเอง ไม่ได้ต้องการให้คนอื่นมาใส่ใจ หรือสนใจ และตัวเองก็ไม่ได้สนใจเรื่องของคนอื่น  แต่คนอื่นอาจจะคิดว่าคนโลกส่วนตัวสูงเป็นแบบอื่น ไม่ใช่แบบที่เราว่ามา อันนี้เราก็คงไม่สามารถที่จะห้ามความคิดได้นะคะ ก็แล้วแต่จะคิดเนอะ

แต่ถ้าใครกำลังคบ หรือกำลังคิดจะคบกับคนนี่มีลักษณะดังที่เราว่ามา แต่ไม่รู้จะทำยังไง จะปรับตัวยังไง อันดับแรก ลองถามตัวเองให้แน่ใจก่อนนะคะ ว่าพร้อมจะปรับ พร้อมจะเข้าใจกันแค่ไหน ไม่ได้จะยุยงส่งเสริมให้เลิกคบ เลิกคิดกันนะคะ แต่ในความคิดของเรา ถ้าเราจะต้องปรับตัวเอง จนไม่เป็นตัวของตัวเอง เราจะทนได้นานแค่ไหน เช่น บางคนชอบเช็คโทรศัพท์แฟน แต่คนที่มีสเปซส่วนตัว จะไม่ชอบเรื่องนี้ ต่อให้ไม่มีความลับอะไรที่ต้องปกปิด แต่มันก็คือการละเมิดสิทธิของคนอื่น ใครคิดว่าชีวิตการแต่งงาน คือการไม่มีความลับ ต้องบอกหมด นี่ก็คงอยู่กับคนโลกส่วนตัวสูงลำบากเหมือนกัน เพราะสำหรับคนโลกส่วนตัวสูงแล้ว ยังไงก็ต้องมีสเปซ ไม่ได้มีความลับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องบอกจนหมด

เราคิดว่า การไว้ใจ และไม่ระแวง ไม่ถามซอกแซก ไม่บังคับกัน ลองนึกภาพวงกลมสองวง ที่ทับกันแค่บางส่วนดูนะคะ เหมือนในวิชาคณิตศาสตร์เรื่องเซตอ่ะ คือหาจุดที่ซ้อนทับกันนั่นคือพื้นที่ส่วนรวม ส่วนที่มันว่าง ของทั้งสองวง ก็คือพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคน ซึ่งมันก็อาจจะอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ หรือวันใดวันหนึ่ง วงกลมทั้งสองอาจจะเคลื่อนที่เข้ามาทับกันทาบกันสนิทจนกลายเป็นวงกลมวงเดียว แต่มันต้องใช้เวลา ความพยายามและการร่วมมือกันระหว่างวงกลมทั้งสองวง ไม่ใช่การที่วงใดวงหนึ่ง เคลื่อนตัวเองไปทับอีกวง ซึ่งแบบนั้น วงกลมวงหนึ่งอาจจะดีดตัวเองออกมาเลยก็ได้ เพราะความอึดอัด ซึ่งแรงดีดนี้อาจจะทำให้วงกลมทั้งสองวงอาจจะแตกหักแบบต่อไม่ติดไปเลยก็ได้ ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวเองแล้วล่ะค่ะ ว่าจะเลือกยังไง จะยอมรับได้ไหม หรือทำใจให้สบายได้หรือเปล่า กับการที่ไม่มีส่วนร่วมในสเปซที่เหลือของแต่ละฝ่าย

ขอยกตัวอย่างเรื่องบางเรื่องของบ้านเราเองแล้วกันนะคะ เราจะไม่บังคับกันและกันให้ทำในสิ่งที่อีกฝ่ายไม่ชอบ และไม่อยากทำ อาจจะมีชวน แต่ถ้าอีกคนปฏิเสธ ก็ไม่มีเซ้าซี้ ไม่งอน ไม่คิดอะไรมาก ก็จบ แต่เราจะหาสิ่งที่เราทำร่วมกันได้ มาเป็นสิ่งที่ใช้เวลาร่วมกัน เช่น เรื่องหนัง สามีเราชอบแอ็คชั่น บู๊ ล้างผลาญ และไม่ชอบดราม่าเลย เราชอบแนวสืบสวน สอบสวน หนังผี หนังสยองขวัญนิดหน่อย การ์ตูน ซึ่งถ้าเราจะดูหนังที่เราชอบ ก็ต่างคนต่างดู แต่เราก็จะมีแนวหนังที่ดูด้วยกันได้ เช่น พวก โรแมนติกคอมมาดี้ หนังแนววิทยาศาสตร์ ส่วนที่ดูร่วมกันนี่ก็คือส่วนที่วงกลมมันทับกันอยู่ ประมาณนี้อะค่ะ แล้วก็ไม่ไปวิพากษ์วิจารณ์หนังที่อีกฝ่ายดู

การมีเวลาส่วนตัว มีพื้นที่ส่วนตัว เป็นสิ่งสำคัญของคนโลกส่วนตัวสูงค่ะ อย่างบ้านเรา ก็เช่น เวลาตอนเย็น กลับมาบ้าน ทานอาหารเย็นเสร็จ ก็จะคุยกันนั่นนี่สักพัก แล้วแยกย้ายเข้ามุมใคร มุมมัน เจอกันอีกทีสามทุ่มครึ่งดูซีรี่ส์ด้วยกัน ถ้าเราจะไปชอปปิ้งนานๆ ก็เลือกที่จะออกไปก่อนคนเดียว และถ้าจะกินข้าวนอกบ้าน สามีก็ค่อยตามมา เจอกันที่ร้านอาหารเลย แต่เราก็มีไปชอปปิ้งด้วยกันบ้าง แต่ถ้าสามีไม่อยากไป เราก็ไม่ว่า ไม่ได้บังคับ ก็ไปคนเดียว สามีอยากจะไปกินเบียร์กับเพื่อนหลังเลิกงาน ก็ส่งข้อความมาบอกเราว่า วันนี้จะไปกินเบียร์กับเพื่อนนะ บอกชื่อเพื่อน บอกว่าไปไหน บอกว่าจะกลับตอนไหน เราก็รับรู้ ไม่ได้ตามไปดูว่าจริงไหม เพื่อนคนไหน คือบอกแล้วจบ ไม่ได้ตามจับผิด แต่สามีเราไม่ได้ไปบ่อยนะคะ สองสามเดือนครั้ง ซึ่งถ้าแฟนใครไปบ่อย ก็ขอให้พิจารณากันเองนะคะ เราเองก็เหมือนกัน เรามีสมาคมกาแฟของเรา นานๆ ทีก็มีไปเมาท์บ้าง ก็บอกสามีแค่ว่าวันนี้ไปกินข้าวกับเพื่อน ต่อด้วยกาแฟ แต่กลับไม่ค่ำ หรือจะค่ำ อะไรก็ว่าไป แทบเล็ตของเราทั้งสองคน ไม่มีพาสเวิร์ด และล็อกอินอีเมล์ไว้ตลอด แต่เราไม่เคยเปิดดูอีเมล์ของกันเลยนะคะ แต่ใช้แทบเล็ตของกันและกันบ่อย ของใครใกล้มือก็หยิบมาเลย ไว้ใจกัน ใช้ของของกันและกัน ก็คือส่วนของวงกลมที่ทาบกัน การไม่ยุ่งอีเมล์ ไม่ดูล็อกแชทของกันและกัน คือการให้สเปซของกันละกัน ไม่ก้าวก่ายกัน ไม่รุกล้ำเข้าไปในสเปซนั้น

เรากับสามีแต่งงานกันมา อีกสองปีเศษๆ ก็จะครบสิบปีแล้วค่ะ วงกลมของเรายังไม่ได้ทับกันสนิทเลยค่ะ ยังมีพื้นที่ส่วนรวม พื้นที่ส่วนตัวอยู่ แต่ชีวิตของเราทั้งสองคนก็ราบรื่น มีความสุขดี มีเรื่องถกเถียง เรื่องทะเลาะเล็กๆ น้อยๆ บ้างตามประสา แต่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ถึงขนาดที่จะทำให้วงกลมของเราเคลื่อนที่ออกจากกัน ส่วนที่ซ้อนกัน มันก็ยังซ้อนกันอยู่เท่าเดิม อาจจะเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้เราก็เริ่มลองอะไรใหม่ๆ ลองทำในสิ่งที่อีกฝ่ายชอบ แต่อย่างที่บอก มันก็ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้มีใครบังคับใคร เราค่อยๆ อยากทำเอง ซึ่งสำหรับคนที่ไม่ได้โลกส่วนตัวสูง ไม่เข้าใจ ก็คงต้องคิดดูนะคะ ว่าจะหาทางเข้าใจ หรือจะเฟดตัวออกมา คนโลกส่วนตัวสูงก็เปลี่ยนตัวเองได้นะคะ แต่อย่างที่บอก มันต้องใช้เวลาค่ะ

ไม่รู้ว่าเขียนอะไร เวิ่นเว้อ ไม่รู้เรื่องหรือเปล่า แต่มันก็คือมุมมอง และความคิดของเรา ซึ่งเราหวังว่าบทความนี้จะทำให้มีคนเข้าใจคนโลกส่วนตัวสูงมากขึ้นนะคะ และคนที่กำลังจะคบ หรือคบกับคนโลกส่วนตัวสูงไปแล้ว ก็ขอให้มีทางออกที่ราบรื่นนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ