การพูดคุย การสื่อสารเป็นสิ่งที่ค่อนข้างสำคัญเหมือนกันนะคะ ในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่น เราคิดว่าถ้าเราไม่สามารถสื่อสารให้เข้าใจกันกับโฮสต์และคนอื่นๆ ในครอบครัวได้ หรือเลี่ยงที่จะไม่พูดในบางอย่างไปเลยเพราะกลัวจะสื่อสารได้ไม่ตรงจุด เราคิดว่ามันอาจจะกลายเป็นปัญหาในอนาคตได้นะคะ เช่น เกิดการ เข้าใจผิดกันกับโฮสต์ พอไม่เข้าใจกันก็อาจจะทำให้เราใช้ชีวิตต่อไปลำบาก หรืออยู่ด้วยความอึดอัด บางคนอาจจะบอกว่า อยู่ไม่ได้ก็เปลี่ยนโฮสต์ แล้วถ้าเราหาโฮสต์เปลี่ยนไม่ได้ล่ะคะ เราพร้อมที่จะยอมรับความเสี่ยงนี้ไหม ถ้าหาโฮสต์เปลี่ยนไม่ได้ อยู่กับโฮสต์เก่าก็ไม่ได้ เราพร้อมจะกลับไทยไหมคะ แล้วถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงแรกๆ ที่มา เราจะทำยังไงคะ มันน่าจะดีกว่าไหม ถ้าเราสามารถพูดคุยกันได้ ไม่ว่าจะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือเรื่องที่มันเป็นปัญหาสำหรับเรา เราคิดว่าถ้าพูดคุยกันตั้งแต่แรก ทำความเข้าใจกัน ก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น มันทำให้ชีวิตในเยอรมนีง่ายขึ้นนะ หรือย่างย้อยๆ ก็ใช้ชีวิตในครอบครัวโฮสต์ได้อย่างสบายใจ

เราไม่ได้หมายความว่าต้องเก่งภาษาก่อน ถึงจะมาเป็นออแพร์ได้นะคะ แต่เราหมายถึงการสื่อสารให้เข้าใจกัน ถ้าไม่เข้าใจ ก็อย่ายิ้มและรับคำอย่างเดียว  การที่เราถามกลับ เพราะไม่เข้าใจ ไม่ได้หมายความว่าเราโง่นะคะ แต่มันแสดงถึงความตั้งใจที่จะรียนรู้ของเราต่างหาก ถ้าไม่เข้าใจก็ถาม เราก็จะได้เข้าใจ โฮสต์ก็จะได้รู้ว่าอย่างน้อยเราก็พยายามที่จะเรียนรู้ พยายามที่จะเข้าใจ เท่าที่เรารู้มา โฮสต์ส่วนมากก็เต็มใจที่จะช่วยนะ

ถ้ามีปัญหาอะไร ก็ให้พยายามพูด พยายามสื่อสาร พูดไม่ออกก็เขียน วาดรูป ใช้ภาษากายร่วมด้วย เราไม่จำเป็นต้องใช้คำยากๆ พูดได้แบบเจ้าของภาษา ไม่จำเป้นต้องใช้แกรมม่าได้แบบร้อยเปอร์เซนต์ เราคิดว่า ทุกคนสามารถสื่อสาร หรือพูดให้โฮสต์เข้าใจได้นะ แล้วเทคโนโลยีทุกวันนี้มันก้าวไกลมากนะ เราสามารถใช้อินเทอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์ได้ ค้นหาคำศัพท์ หารูปประโยค หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ใช้เป็นตัวช่วยสื่อสารได้

บางคนอาจจะอยากถามว่า แล้วเราเคยมีปัญหากับโฮสต์ไหม เท่าที่จำได้ ไม่มีนะ เราเคยพูดไปก่อนหน้านี้แล้วว่า เราคุยกับโฮสต์ค่อนข้างเยอะแล้ว ก่อนจะตัดสินใจมา และอะไรที่เราข้องใจ เราก็ถามจนหมด และการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เราก็ใช้ชีวิตแบบคนในครอบครัว เราไม่ได้ใช้ชีวิตกับครอบครัวแค่ตอนดูน้อง เราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในห้องเรา เวลาที่ไม่ได้ดูน้อง ถ้าอยู่บ้านเราก็เล่นอยู่ข้างล่าง เมาท์มอยกับโฮสต์ไปเรื่อยเปื่อย มีอะไรก็พูด อะไรที่เราไม่ชอบ อะไรที่น่าจะเป็นปัญหา เราพูดหมด เพราะโฮสต์บอกเราตั้งแต่แรกแล้วว่ามีอะไรก็ให้พูดกันตรงๆ ไม่ใช่เอาไปพูดกับอื่น ซึ่งเราก็ยึดหลักนี้ ก็อยู่ดีมีสุข สนิทกับโฮสต์ เป็นเพื่อนกันจนถึงทุกวันนี้

แต่เท่าที่เราเคยได้ยินมา หลายคนมีปัญหากับโฮสต์เพราะการไม่สื่อสารให้เข้าใจกันนี่แหละค่ะ ขอยกตัวอย่างเรื่องการเข้าใจผิดกันเพราะการสื่อสาร จากออแพร์คนหนึ่งที่เรารู้จักและอนุญาตให้เราเล่าเป็นอุทธาหรณ์ได้นะคะ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจากออแพร์ที่เป็นคนไทย แต่ถ้ามันบังเอิญเป็นเรื่องหรือปัญหาเดียวกันกับใคร เราก็ขออภัยไว้ ณ ตรงนี้ด้วยนะคะ เราอยากให้ทุกคนรู้ว่า การสื่อสารมันสำคัญจริงๆ

ออแพร์คนนี้กลับบ้านดึกในวันหยุด และอีกวันก็ออกไปแต่เช้า โฮสต์ก็เข้าใจว่าออแพร์ไม่ได้กลับบ้าน โฮสต์ก็เปิดอบรมเลย ออแพร์ก็ไม่ชี้แจงว่าเป็นยังไง เกิดการเข้าใจผิดกัน เรามีโอกาสได้คุยทั้งกับออแพร์ทั้งกับโฮสต์ด้วยนะคะ เพราะโฮสต์เป็นเพื่อนกับโฮสต์เรา บ้านใกล้กัน เรื่องที่ว่ากลับมา แต่ไม่ได้บอกนี่ออแพร์บอกเรา ซึ่งเราถามว่าทำไม่อธิบายให้โฮสต์ฟัง นางก็บอกว่าบอกไปก็ไม่เชื่อหรอก เค้าเชื่ออย่างนั้นไปแล้ว พูดไปเดี๋ยวก็หาว่าแก้ตัว ขณะเดียวกันโฮสต์บอกว่ากลับบ้านดึกไม่เป็นปัญหานะ แต่ขอให้บอกก่อน บอกไว้ว่าจะกลับดึก วันต่อมาจะออกเช้า หรือจะไปค้างกับเพื่อนกับแฟนก็ไม่ว่า แต่ขอให้บอก เพราะโฮสต์จะได้รู้ว่าอยู่ที่ไหน เกิดเหตุฉุกเฉินอะไรก็จะได้ตามได้ โฮสต์ก็อยากให้ออแพร์อยู่ในฐานะครอบครัว ไม่ใช่ลูกจ้างกับนายจ้าง ที่พูดไปก็เพราะเป็นห่วง ไม่ได้อยากจะยุ่งเรื่องส่วนตัวเลย และจากเหตุการณ์นี้ ออแพร์คนนี้ก็ขอเปลี่ยนโฮสต์ เพราะรู้สึกไม่สนิทใจกันแล้ว ต่างคนต่างระแวงกัน ซึ่งในความคิดของเรา ถ้าพูดกัน สื่อสารกันดีๆ แต่แรก เรื่องมันก็คงไม่บานปลาย แล้วออแพร์พอเปลี่ยนโฮสต์ ก็ไปเจอโฮสต์ที่แย่หน่อย คือเอาเปรียบเยอะพอสมควร สุดท้าย ออแพร์คนนี้ก็เลยกลับประเทศ โดยที่อยู่ยังไม่ถึงครึ่งปีเลย เพราะอยู่กับโฮสต์คนที่สองไม่ไหว และหาโฮสต์คนที่สามไม่ได้ภายในเวลาที่กำหนด ตอนหลังได้คุยกัน เค้าก็พูดอยู่เหมือนกัน ว่าเสียดายเวลา น่าจะเคลียร์กับโฮสต์ดีๆ แต่แรก เรื่องอาจจะไม่แย่ลงขนาดนี้

เห็นไหมคะว่า การสื่อสารมันสำคัญขนาดไหน เราเองใช้เรื่องนี้เตือนสติทั้งตัวเองเสมอ และทุกวันนี้ก็ยังใช้หลักนี้อยู่ตลอด คือการสื่อสารที่ชัดเจน เรารู้สึกว่ามันทำให้ชีวิตง่ายขึ้นนะคะ การพูดคุยกันตรงๆ สื่อสารให้เข้าใจกัน แต่ทั้งนี้ก็ควรจะอยู่บนความจริงนะคะ ไม่ใช่พูดเยอะ แต่พูดไม่จริง ซึ่งถ้าเป็นประเด็นหลัง อาจจะทำให้อยู่ยากกว่าเดิมอีกนะคะ