ต้องออกตัวไว้ตรงนี้เลยนะคะว่า ไม่มีประสบการณ์ตรงกับเรื่องนี้ แต่ได้มีโอกาสรู้จักกับเพื่อนสองคนที่เรียนภาษาด้วยกัน (เป็นคนอเมริกา กับคนบราซิล) ทั้งสองคนนี้มาเยอรมนีด้วยวีซ่าหางาน เลยได้รู้จักวีซ่าชนิดนี้

จำได้ว่าตอนนั้นตื่นเต้นกันทั้งห้อง เพราะที่เรียนกันอยู่นั้น ส่วนหนึ่งเรียนภาษาเพื่อเตรียมเรียนต่อ ส่วนหนึ่งมีครอบครัว หรือย้ายครอบครัวมาที่นี่ และอีกส่วนหนึ่งเป็นคนที่ถูกบริษัทส่งมาทำงานในเยอรมนี พอสองคนนี้แนะนำตัว ทั้งห้องมารุมถามใหญ่เลยตอนพัก เพราะตอนนั้น ไม่มีใครรู้จักวีซ่าชนิดนี้ พอได้รู้จักแล้ว เราก็เลยมาหาข้อมูลเพิ่มเติม เผื่อเก็บไว้เอาไปบอกญาติ หรือเพื่อนที่สนใจ เราคิดว่ามันน่าสนใจนะ ถ้าทุนทรัพย์มากพอที่จะซัพพอร์ทตัวเอง ลองใช้โอกาสนี้ดู ถ้าหางานไม่ได้ตามที่วีซ่ากำหนด อย่างน้อยก็ได้ประสบการณ์ในการใช้ชีวิตต่างบ้านต่างเมืองนะ อาจจะได้มุมมอง แนวคิดใหม่ๆ เราว่ามันไม่เลวเลยนะ

เราคิดว่าอาจจะยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้ ว่ามีวีซ่าชนิดนี้ เลยอยากจะเขียนเรื่องนี้ คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์อยู่พอสมควร สำหรับคนที่กำลังมองหาโอกาส และมีทุนทรัพย์มากพอสมควรที่จะซัพพอร์ทตัวเองได้

รายละเอียดในการขอวีซ่า ขั้นตอน เอกสารต่างๆ ดูได้จากตรงนี้เลยนะคะ ข้อมูลที่สถานทูตลงไว้ค่อนข้างละเอียดแล้ว

รายละเอียดการขอวีซ่าจิ้มตรงนี้เลยค่ะ

เราจะขอเล่าเรื่อง ที่ฟังมาจากคนที่มีประสบการณ์จริงให้ฟังนะคะ เผื่อคนที่คิดจะขอวีซ่านี้ จะได้นำไปประกอบการพิจารณา ทั้งสองคนนี้เตรียมตัวมาค่อนข้างคล้ายกัน ขอสรุปเป็นข้อๆ ไปเลยนะคะ

– ทั้งสองคนนี้เริ่มเรียนภาษาเยอรมันก่อนจะมาเยอรมนีสักพักใหญ่ๆ คล้ายกับเป็นการเตรียมตัว แต่ก็ได้ประมาณเบื้องต้นประมาณหนึ่ง ทั้งสองคนนี้ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร เขียนเรซูเม่ เลยต้องมุ่งไปที่บริษัทที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นการสื่อสาร แต่ก็เรียนภาษาเยอรมันไปด้วยเป็นการสร้างมูลค่าให้กับตัวเอง คนบราซิลหางานด้านไอที คนอเมริกาเป็นวิศวะ (เราจำได้ไม่แม่น ไม่เครื่องกล ก็เคมี)

– ทั้งสองคนใช้เงินประมาณหมื่นยูโรกว่าๆ (เตียมไว้ประมาณเดือนละสองพันยูโร ในการยื่นขอวีซ่า และมีการทำแผนการใช้เงินนำไปยื่นด้วย และได้ศึกษามาด้วยว่า ค่าครองชีพเมืองที่อยู่เป็นยังไง ราคาค่าเช่าห้อง แผนการหาที่อยู่เมืองใกล้ๆ แต่เดินทางสะดวก แสดงให้เห็นว่ามีการทำการบ้านมาอย่างดี ไม่ได้คิดจะไปตายเอาดาบหน้า เงินที่เตรียมไว้ สามารถที่จะใช้ได้สบายๆ โดยไม่ต้องแอบทำงานเพิ่ม หรืออยู่อย่างอัตคัตจนเกินไป (อันนี้ในเวบไซต์ของสถานทูตไม่ได้กำหนดขั้นต่ำนะคะ เราเองก็ไม่แน่ใจ แต่เราคิดว่ามันน่าจะอยู่ที่การวางแผนด้วย เช่น ถ้าเรามีพันห้า แล้วเราสามารถวางแผนออกมาได้ ว่าเพียงพอต่อการใช้ชีวิตในเยอรมนีก็ไม่น่ามีปัญหา)

– ทั้งสองคนมีการวางแผนการหางานมาก่อน ไม่ได้มาเริ่มหาตอนที่เยอรมนีแล้ว คือการค้นทางอินเตอร์เน็ตนี่แหละค่ะ แล้วข้อมูลที่ค้นมาก็เอาไปประกอบการขอวีซ่าด้วย เพื่อยืนยันว่ามีตลาดงานที่รองรับนะ และคนขอวีซ่ามีความสามารถพอ และการที่มีซ่าอยู่แบบถูกต้อง มันก็สะดวกกับการสมัครงาน การสัมภาษณ์งานอะไรประมาณนี้ การหาข้อมูลล่วงหน้านี้จะทำให้เราประมาณได้ด้วยว่า เขตไหนงานเยอะ เราจะได้เลือกเมืองที่อยู่ด้วย

– ทั้งสองคนใช้วุฒิการศึกษาจากประเทศตัวเองนะคะ ไม่ได้เคยเรียนที่เยอรมนีเลย ภาษาก็เพิ่งมาเริ่มเรียนตอนที่เตรียมตัวจะขอวีซ่า และทั้งสองคนจบปริญญาตรี

– เรื่องที่อยู่ ทั้งสองคนทำคล้ายๆ กัน คือหาที่อยู่สำรองก่อนจะมาหาที่อยู่ระยะยาวเป็นของตัวเอง  เพียงต่คนหนึ่งจองโรงแรมมาสองอาทิตย์ อีกคนอยู่กับญาติก่อน แต่ทั้งสองคนก็มีหาที่อยู่ไว้ล่วงหน้ามาแล้วนะคะ เพียงแต่ไม่ได้ทำสัญญามาก่อน แต่ก็มีติดต่อเจ้าของที่ให้เช่าไว้บ้าง พอมาถึงก็ตระเวณดูส่งแวดล้อม ดูที่อยู่ก่อนจะทำสัญญาเช่าห้อง อันนี้เราก็แนะนำแบบนี้นะคะ คือเรายังไม่รู้ทางหนีทีไล่ อย่าเพิ่งทำสัญญายาวๆ มาเลย นอกเหนือจากโรงแรม หรือบ้านญาติ มีอีกตัวเลือกหนึ่งนะคะ คือพวกเซอร์วิสอพาทเมนต์ หรือ Ferienwohnung อันนี้เราเคยอยู่ตอนไปทำงานต่างเมือง ก็สะดวกดีนะคะ ใครไม่มีญาติ ไม่อยากอยู่โรงแรม ลองหาดูนะคะ

– ผลของการหางานนั้น คนอเมริกาเราไม่ทราบนะคะ เขาเรียนกับพวกเราครบเทอม แล้วก็ไม่เจออีก ไม่รู้ว่าได้งานแล้วย้ายเมือง หรือเปลี่ยนไปเรียนที่ใหม่ หรือย้ายเมืองเฉยๆ หรือกลับบ้าน อันนี้ไม่ทราบความเป็นไปเป็นมาจริงๆ คนบราซิลที่หางานด้านไอที ได้งานตั้งแต่สองเดือนแรกที่มาถึง ที่เรารู้เพราะเขามาลาเพื่อนร่วมชั้น และแจ้งกับครูว่าได้งาน จะไม่เรียนต่อจนจบคอร์ส เพราะต้องย้ายเมือง เพราะได้งานแล้ว และเงินมากพอที่จะต่อวีซ่าได้ (อันนี้ก็สำคัญอยู่นะคะ ต้องหาข้อมูลไว้ด้วย คือที่เยอรมนี จะมีการกำหนดเงินขั้นต่ำสำหรับวีซ่าทำงานของชาวต่างชาตินะคะ บางสาขาไม่เท่ากันด้วย ไม่ใช่นายจ้างทุกคนจำเป็นต้องจ่ายเพื่อให้เราได้วีซ่านะคะ เราต้องหางานที่ได้เงินให้เพียงพอกับการขอวีซ่าทำงานเอง)

และสุดท้ายนี้ ขอฝากไว้ว่า ถ้าใครจะวีซ่านี้ก็ขอให้ทำอย่างตรงไปตรงมานะคะ อย่าพยายามซิกแซกไปทำอย่างอื่นเลย อย่าทำให้เขาต้องยกเลิกวีซ่าตัวนี้ เพราะมีคนใช้วีซ่าผิดประเภทเลยนะคะ มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนะ

เรามีตัวอย่างของคนไทยที่ได้วีซ่านี้นะคะ อ่านได้จากที่นี่เลยค่ะ

http://pantip.com/topic/33964041

ปล. ได้ขออนุญาตเจ้าของกระทู้ เพื่อนำกระทู้มาอ้างอิงเรียบร้อยแล้วนะคะ