จริงๆ แล้ว ในชีวิตเรามันก็ต้องมีการปรับตัวอยู่ตลอดอยู่แล้วล่ะ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน อาจจะมากบ้างน้อยบ้างตามแต่สถานการณ์จะพาไป มันเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งของมนุษย์ แต่บางครั้งการที่เราไปอยู่ในที่ที่ใหม่จริงๆ ต่างบ้าน ต่างเมือง ต่างวัฒนธรรม ต้องใช้ชีวิตร่วมกับคนที่พูดกันคนละภาษากับเรา คนที่โตมาคนละแบบกับเราสภาพแวดล้อม อาหารการกินที่ไม่คุ้นเคย ก็อาจจะมึนงงไปชั่วขณะได้ เราไม่ได้คิดว่าตัวเองผู้เชี่ยวชาญอะไรในด้านนี้ เลยมาแนะนำคนอื่นนะคะ เราเองไม่ได้มีปัญหาการกับการปรับตัวในตอนนั้น    คือเป็นค่อนข้างอยู่ง่ายกินง่าย อะไรก็ได้อยู่แล้ว เลยไม่มีปัญหาในการอยู่ต่างถิ่นต่างที่เท่าไหร่ เป็นคนที่สามารถไหลตามน้ำไปได้เรื่อยๆ แล้วเราไปเยอรมนีโดยที่ไม่ได้คาดหวังอะไรด้วย เลยไม่ได้ผิดหวังอะไร

แต่มีคนรู้จักบางคนที่อยู่ลำบากเหมือนกัน กว่าจะปรับตัวได้ก็ผ่านไปละครึ่งปี เราเลยคิดว่า ถ้าเรารู้จักปรับตัวแต่เนิ่นๆ ชีวิตในเยอรมนีก็น่าอยู่นะ ขอรวมเคสที่คุยๆ กับออแพร์คนอื่นๆ มานะคะ ว่าอะไรที่ทำให้พวกเขาอยู่ยาก เผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลัง หรือคิดจะมาเป็นออแพร์ในเยอรมนี เผื่อว่าจะได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อนด้วย นี่เป็นตัวอย่างที่บางคนไม่ชอบ และรู้สึกว่าปรับตัวลำบากนะคะ

เรื่องห้างที่ปิดเร็ว และไม่เปิดวันอาทิตย์ หลายๆ คนชินกับห้างบ้านเราที่ปิดสี่ห้าทุ่ม พอเจอห้างที่ปิดสองสามทุ่ม ไม่เปิดวันอาทิตย์อีก ก็รู้สึกไม่โอเค เพราะอาจจะชินกับการเดินห้างตอนเย็น หรือวันหยุด แต่โรงหนังเปิดดึกนะ เปิดวันอาทิตย์ด้วย ร้านอาหาร ร้านกาแฟหลายๆ ที่ก็เปิดวันอาทิตย์ เราว่ามันไม่น่าปรับตัวยากนะคะ (อาจจะเป็นเราคนเดียว เพราะคนบ่นเรื่องนี้เยอะมาก) ลองคิดดูนะ เราจำเป็นต้องเดินห้างตอนดึกเหรอ แล้ววันอาทิตย์อยู่บ้านพักผ่อนไม่ดีเหรอ หรือไปเดินเล่นตามสวนสาธารณะ ฝึกภาษาโดยการคุยกับคนท้องถิ่นบ้าง ถ้าเขามองด้วยความเป็นมิตร เราว่าชีวิตเรามันมีอะไรให้ทำเยอะกว่าการเดินเล่นในห้างนะ

ไม่มีเซเว่น ไม่มีอาหารข้างทาง ไม่มีเซเว่น แต่ซุปเปอร์ในปั๊มน้ำมันเปิดดึกนะ บางที่ยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วย บางคนบอก ถ้าหิวดึกๆ ก็อยากออกไปหาอะไรกิน แบบในตลาดโต้รุ่ง หรือรถเข็นข้างทาง อันนี้เราไม่รู้จะบอกให้ปรับตัวยังไงเหมือนกัน เราไม่ค่อยออกจากบ้านตอนกลางคืน แต่ก็เข้าใจว่าคนที่มีวิถีชีวิตแบบนั้นมาก่อน อาจจะลำบากอยู่ แต่มันก็ไม่น่าจะลำบากถึงขนาดปรับตัวไม่ได้นะ  ถ้าหิว ก็หาอะไรในครัวกินก็น่าจะได้ คนเยอรมันที่เรารู้จักหลายครอบครัวตุนของกินนะคะ ไม่น่าจะต้องอด หรือเราอาจจะหาของกินแห้งๆ เก็บไว้ในห้องเราด้วยก็ได้ ก็ต้องหาทางแก้กันไป ปีเดียวเอง

กินแต่ขนมปัง อันนี้น่าเราว่าก็น่าจะคุยกับโฮสต์ได้นะ ถ้าโฮสต์ไม่กินข้าวเลย เราก็แค่ขอให้โฮสต์ซื้อข้าวให้แล้วเราหุงข้าวเองก็ได้ วิธีหุงข้าวโดยใช้หม้อตั้งไฟธรรมดาหาดูได้ตามเน็ตทั่วไปเลยนะคะ ไม่จำเป็นต้องซื้อหม้อหุงข้าวเพิ่ม อาจจะลองทำอาหารไทย พร้อมข้าวให้โฮสต์ลองชิมไปด้วยเลย เป็นการเผยแพร่อาหารไทยไปในตัว แต่จริงๆ เท่าที่เราอยู่เยอรมนีมาเป็นเวลาหลายปี คนที่เรารู้จัก ไม่มีใครกินแต่ขนมปังนะ เขาก็กินอย่างอื่นอยู่นะ หลายบ้านก็มีกินข้าวบ้าง แต่อาจจะไม่ใช่ข้าวหอมมะลิ แต่มันก็กินได้ เราต้องหาทางปรับวิธีการกินของเรา เช่น ถ้าอาหารเลี่ยนก็อาจจะโรยพริกป่น บีบมะนาว เยาะน้ำปลา หาทางให้ตัวเองอยู่ได้

ตกรถ เพราะมาถึงป้ายสาย หลายคนบ่นมาก เรื่องไม่ทันรถเมล์ รถราง รถไฟ รถสาธารณะต่างๆ นี่ คนที่อยู่ในเมือง รถมาถี่ๆ อาจจะไม่มีปัญหาเท่าไหร่ แต่คนที่อยู่นอกเมืองแบบรถมาทุกครึ่งชั่วโมง หรือชั่วโมงละคันนี่ บ่นกันจริงจังมาก คืออันนี้เราเองก็ไม่เข้าใจนะ รถมันมีตารางเวลาชัดเจน แล้วทำไมถึงไปไม่ทัน เราเองตอนเป็นออแพร์อยู่บ้านนอก รถบัสมาชั่วโมงละคัน เราไม่เคยตกรถเลยนะ ทั้งๆ ที่ป้ายรถเมล์อยู่หน้าบ้าน ก่อนรถมาสองนาทีค่อยเปิดประตูแล้วเดินออกไปก็ได้ แต่เราก็ไปนั่งรอก่อนรถมา 5 นาทีตลอด เราว่าอันนี้ถ้าเราปรับตัวได้ ทำให้เป็นนิสัยได้ มันจะเป็นผลดีต่อตัวเองนะ เราคิดว่ามันทำให้เราใช้ชีวิตง่ายขึ้นด้วยซ้ำ เพราะรู้ว่าต้องทำอะไรตอนไหน อันนี้หลายคนอาจจะไม่ชอบ แต่ถึงจะไม่ชอบยังไง ก็ต้องปรับตัวให้ได้แหละค่ะ ไม่งั้นก็อยู่ไม่ได้

นี่คือเรื่องที่คนบ่นบ่อยๆ นะคะ ยังไงก็เตรียมรับมือกันไว้ด้วยนะคะ ยังไงถ้าได้ข้อมูลอะไรมาเพิ่มเติม ก็จะมาลงเพิ่มให้นะคะ