จากประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว คิดว่าไม่จำเป็นค่ะ หรือถ้าจะฝาก ก็ไม่จำเป็นสำหรับทุกคนนะ เราว่าฝากแค่เด็กก็พอแล้วมั้ง แต่ถ้าเราจะเอาอะไรเล็กๆ น้อยๆ ติดมือไปฝากโฮสต์ด้วย ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิดแต่อย่างใด

ของฝากเด็กเล็กๆ นี่ง่ายหน่อย อะไรก็ได้ เสื้อยืดลายไทย ชุดผ้าฝ้ายลายช้าง กระโปรงชาวเขาขนมขบเคี้ยวเล็กๆ น้อยๆ (แต่ขนมนี่อาจจะต้องถามโฮสต์ก่อนนะคะ บางบ้านเค้าไม่ให้ลูกเล็กๆ กินขนมนะคะ ระวังนิดหนึ่ง)     ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงเริ่มวัยรุ่นก็ดูไสตล์น้องนิดหนึ่ง ไม่ใช่น้องชอบเสื้อยีนส์ กางเกงยีนส์ แล้วเราซื้อกระโปรงไปฝาก  น้องก็คงรับไว้ แต่ไม่ได้ใส่เลย หรือซื้อเครื่องประดับไปฝาก แต่ไม่ใช่สไตล์ที่น้องชอบ เราก็คงไม่ได้เห็นน้องใส่ เราว่าคุยกับแม่น้องก่อนดีที่สุด เพราะแม่เค้าคงตอบเราได้ ว่าลูกเค้าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร แต่งตัวยังไง ใช้กระเป๋าแบบไหน แล้วเราค่อยดูของอีกที แต่ถ้าไม่อยากคุย อยากซื้อเลย เราว่าเซฟสุดน่าจะพวงกุญแจอะ เด็กวัยรุ่นผู้ชายน่าจะง่ายหน่อย พวกเสื้อยืดเบียร์ หรือเสื้อยืดกระทิงแดง ก็น่าจะใช้ได้ละ

แต่สำหรับโฮสต์ซึ่งเป็นผู้ใหญ่แล้วนั้น อยากให้คิดสักนิดก่อนจะซื้อ หรือหิ้วอะไรไปฝากโฮสต์ เพราะของฝากที่เราตั้งใจหิ้วไป อาจจะเป็นของที่โดนเก็บลืม ไว้ในตู้ หรือห้องเก็บของ ของกิน อาจจะมีการชิมนิดหน่อย แล้วที่เหลืออาจเป็นสิ่งที่ถูกลืม อยู่ในตู้ในครัว และตั้งอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งวันเคลียร์ตู้ วันทำความสะอาด ซึ่งของกินที่เราตั้งใจเอามาฝาก ก็จะเปลี่ยนสถานะเป็นขยะ เพราะหมดอายุ หรือไม่น่ากินแล้ว อาจจะฟังดูโหดร้ายนะคะ แต่มันคือความจริงนะ เพราะฉะนั้นก่อนจะซื้อของฝาก ให้สังเกตว่าบ้านโฮสต์เป็นยังไงจากรูปที่โฮสต์ส่งให้ดู โฮสต์ทำอาชีพอะไร งานอดิเรกคืออะไร ชอบกินอะไร ไม่กินอะไร แพ้อะไร ถ้าเราจะไปเลี้ยงเด็กที่โตหน่อย ก็อาจจะคุยกับน้องเลย ถามเลยก็ได้ว่าควรซื้ออะไรฝากโฮสต์ แต่ให้น้องเก็บเป็นความลับประมาณนี้  ถามว่าทำไมต้องเยอะขนาดนี้  นั่นก็เพราะว่า

ถ้าเราซื้อเสื้อยืด แต่โฮสต์ไม่ใส่เสื้อยืด ที่เราซื้อไปเค้าก็ไม่ได้ใช้ (บางคนไม่ใส่เสื้อยืดจริงๆ นะ)

ถ้าเราซื้อเนคไทผ้าไหมไปฝากโฮสต์พ่อ แต่โฮสต์พ่อไม่ได้ใช้ไทในชีวิตประจำวัน เค้าก็ไม่ได้ใช้

ซื้อของแต่งบ้าน แต่ถ้ามันไม่เข้ากับของชิ้นอื่นที่โฮสต์มี เค้าก็คงไม่เอาออกมาวางข้างนอกนะ

ซื้อขนมแห้งๆ เช่น ฝอยทองกรอบ อาลัว ทุเรียนทอด กาละแม ปั้นขลิบ กลีบลำดวน ฯลฯ  บางอย่างเราอาจจะคิดว่าขนมไทยๆ สวยๆ โฮสต์น่าจะชอบ แต่เท่าที่เห็นๆ ไม่ใช่ทุกคนค่ะ แล้วก็ไม่ใช่ส่วนมากด้วย อาจจะลองพอให้รู้ แต่ก็ไม่ได้อยากกินอีก ทำนองนั้น

ถ้าจะเอาขนมไป เราขอแนะนำว่า ไม่ให้บอกว่าเป็นของฝากค่ะ    คืออาจจะเอาไปวางไว้บนโต๊ะ หรือโต๊ะในครัว  แล้วบอกว่าเราเอาติดมาด้วย  กินด้วยกันนะ ซึ่งถ้าโฮสต์ชิม แล้วชอบก็อาจจะหยิบกินเรื่อยๆ เราก็วางไว้เลย แต่ถ้าอันไหนชิมครั้งเดียว แล้วไม่มีใครกินอีก เราก็เอาขึ้นห้องกินเอง ไม่เสียน้ำใจทั้งสองฝ่าย

สรุปคือ ถ้าจะซื้อของฝาก ให้คิดถึงคนรับด้วย ถ้าเราไม่รู้จักคนรับจริงๆ ให้ซื้อที่เซฟๆ ไว้ สำหรับเราคือพวงกุญแจ แต่ก็อาจจะมีอย่างอื่นที่เซฟๆ กว่านี้ ก็ค่อยๆ ลองคิดดู เพราะถ้าเราสักแต่ว่าซื้ออะไรที่แสดงถึงความเป็นไทย โดยไม่ได้คิดดีๆ ว่าโฮสต์ชอบอะไร ที่บ้านเป็นยังไง เราว่ามันจะกระอักกระอ่วนทั้งสองฝ่าย คือโฮสต์ก็รับไว้ เพราะมันเป็นน้ำใจจากเรา แต่ก็ไม่รู้จะเอามาทำอะไร เราเองก็คงคาดหวังว่าโฮสต์จะใช้ของเรา ซึ่งถ้าโฮสต์ไม่ใช้ เราก็อาจจะผิดหวังเสียใจ

แต่ถ้าใครบอกว่า เราอยากซื้อของชิ้นนี้ให้ เราไม่ได้แคร์ว่าของของเราจะถูกเก็บไว้ในห้องเก็บของ หรือโฮสต์ไม่เอาออกมาตั้งเป็นของประดับ เราให้เพราะเราอยากให้ อันนี้ก็เอาที่เราสบายใจเนอะ สบายที่จะทำแบบนี้ ก็แล้วแต่เลยค่ะ เพราะจริงๆ เรื่องนี้มันก็ไม่ได้มีกฎเกณฑ์อะไรตายตัว เป็นเรื่องของความคิดส่วนบุคคลซะมากกว่า เพราะฉะนั้นก็ทำตามที่เราคิดเลยค่ะ ต่างคน ต่างความคิด ต่างวาระ ต่างประสบการณ์  ทำตามที่เราอยากทำเลยค่ะ  เลือกทางที่เราสบายใจที่สุดแหละเนอะ 🙂