ยื่นขอวีซ่า สัมภาษณ์เสร็จเรียบร้อย ช่วงระหว่างรอวีซ่า รอบิน หลายๆ คน อาจจะเรียนภาษาเพื่อเตรียมตัว หลายๆ คนอาจจะว่าง เราต้องใช้เวลาช่วงนี้ให้เป็นประโยชน์นะคะ สำหรับคนที่ทำงานอยู่แล้ว ก็ตั้งใจทำงานในช่วงเวลาที่เหลือให้ดีที่สุด ถ้ามีเวลาว่างๆ ก็ควรใช้เวลานี้ในการเตรียมตัวเช่นกัน
 
นอกจากการเรียนภาษา (ซึ่งเราคิดว่าทุกคนน่าจะเตรียมในส่วนนี้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเรียนเอง หรือเรียนตามโรงเรียน เลยไม่ขอพูดถึงนะคะ)  สิ่งแรกที่ควรจะจัดการคือ เรื่องส่วนตัวที่คิดว่าสำคัญ ของเราค่ะ ให้ดูก่อนว่า เรายังมีอะไรที่จำเป็นต้องทำค้างคาอยู่หรือเปล่า เช่น อาจจะยังอยากใช้โทรศัพท์เบอร์เดิมเมื่อกลับมา ก็อาจจะเติมเงินเพื่อเพิ่มจำนวนวัน ใครใช้รายเดือนก็อาจจะต้องหาคนช่วยทำหน้าที่แทนระหว่างไม่อยู่ หนี้บัตรเครดิต หนี้ กยศ. จะวางแผนใช้ยังไง ใครทำหน้าที่แทน ใครมีปัญหาสุขภาพ ที่ต้องมียาติดตัว หรืออาจจะต้องจำเป็นต้องพบแพทยืที่เยอรมนี ก็ควรจะปรึกษาแพทย์ประจำตัว ขอใบรับรอง ข้อมูลอะไรต่างๆ ให้เรียบร้อย ควรจะเป็นภาษาอังกฤษนะคะ เผื่อมีอะไรฉุกเฉินที่นู่น จะได้ไม่วุ่นวายเกินไป หรือมีเรื่องอะไรที่ต้องเคลียร์ ต้องจัดการส่วนตัว แนะนำว่าให้ทำส่วนนี้ให้เรียบร้อยนะคะ จะได้ไม่วุ่นวายลำบากทีหลัง ทำเป็นลิสต์ไว้ดีที่สุดค่ะ คิดอะไรออกตอนไหน ก็เขียนไว้เลย นอกจากจะป้องกันการลืมได้แล้ว ลิสต์ที่เขียนไว้จะทำให้เราจัดการเรื่องต่างๆ ได้เป็นระบบด้วยนะคะ เพราะเราจะเห็นภาพรวมสิ่งที่เราต้องทำ และสามารถเรียงลำดับความสำคัญของรายการที่จะทำได้ด้วย เราจะเห็นว่าอะไรควรทำก่อน ทำหลัง มันง่ายกว่าที่เราคิดไว้ในหัวเฉยๆ
 
จัดการเรื่องส่วนตัวเรียบร้อย มาเตรียมตัวเรื่องการเดินทางกันค่ะ
 
ตรียมตั๋วเครื่องบินเราไม่รู้ว่าคนอื่นซื้อตั๋วก่อนทำวีซ่าหรือเปล่านะ แต่เราซื้อทีหลัง มันเลยมาอยู่ในโหมดเตรียมตัว อันนี้เราก็ดูเอาตามที่เราสะดวกเลยว่า เราจะซื้อเลย กะเวลาที่วีซ่าจะออก แล้วซื้อตั๋วเลย หรือรอวีซ่าออกแล้วค่อยซื้อ สำหรับเราเป็นกรณีหลัง เพราะเราไม่แน่ใจว่าวีซ่าจะออกเมื่อไหร่ แล้วโฮสต์บอกว่าจะไปแสดงตัวที่อำเภอด้วย เผื่อวีซ่าจะออกเร็วขึ้น เพราะลดขั้นตอนการตรวจสอบ เลยตกลงกับโฮสต์ว่า ได้วีซ่าแล้วค่อยซื้อตั๋ว และจะเดินทางภายหนึ่งสัปดาห์หลังวีซ่าออก สำหรับเราเราซื้อแค่ตั๋วไปนะคะ เพราะเรายังไม่แน่ใจวันกลับ และตั๋วปีไปกลับ ที่เปลี่ยนวันเดินทางได้ ราคาสูงมาก (ณ วันนั้นนะคะ ปัจจุบันนี้เราไม่ทราบนะคะ ต้องเช็คราคาเอง) แล้วอีกอย่างโฮสต์จะซื้อตั๋วขาไปให้เอง เลยตกลงกันว่าจะแยกซื้อ การซื้อตั๋วนี่แนะนำเอาตามที่เราสะดวกนะคะ จะบินตรง จะต่อเครื่อง นั่งติดทางเดิน นั่งติดหน้าต่าง ให้เอาที่เราสบายใจที่สุด เพราะการเดินทางมันใช้เวลานาน เราคงไม่อยากหงุดหงิด หน้าหงิก ลงจากเครื่องมาเจอ ตม. แล้วเจอโฮสต์ต่อใช่ไหมคะ สังเกตพฤติกรรมตัวเองนะคะ เช่น หลับง่ายไหม ชอบนอนยาวเวลาเดินทาง หรืออยากลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายบ้าง เราเองเป็นคนนอนไม่ค่อยหลับเวลาเดินทาง เลยเลือกที่จะนั่งติดทางเดิน เพราะลุกขึ้นยืน เดินไปขอน้ำจากแอร์กินบ้าง เป็นการยืดแข้งยืดขาในตัว และดีใจมากที่โฮสต์ซื้อตั๋วแบบต่อเครื่องให้ และเวลาต่อเครื่องนานพอที่เราจะนั่งกินกาแฟในสนามบินแบบไม่รีบร้อนได้ เราเป็นคนชอบให้ชีวิตแบบไม่เร่งรีบ รู้สึกเหนื่อยเวลาใช้ชีวิตรีบๆ เลยชอบการเดินทางที่ได้พัก ถ้าใครหลับยาวได้ โดยที่สิ่งแวดล้อมไม่มีผล ก็เลือกบินตรง นั่งข้างหน้าต่างไป  ราคาตั๋ว กับสายการบินก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งของการซื้อตั๋วเครื่องบิน อันนี้ก็ดูจากงบประมาณของเรา อ่านรีวิวสายการบินบ้าง ก่อนจะตัดสินใจซื้อ
 
หาข้อมูลถิ่นที่อยู่ เป็นอีกเรื่องสำคัญนะ ตามความคิดของเรา โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ผ่านเอเจนซี่ เพราะเราไม่มีคนคอยช่วยเหลือ คนท่ผ่านเอเจนซี่เองก็ควรที่จะข้อมูลส่วนนี้ไว้บ้างนะคะ เพราะเราไม่รู้ว่า อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จะติดต่อคนดูแลได้ทันทีไหม การที่เราสามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ น่าจะเป็นทางที่ดีที่สุด
ก่อนจะมาถึงขั้นนี้คิดว่าทุกคนคงจะรู้ที่อยู่ของโฮสต์แล้วใช่ไหมคะ สมัยนี้การหาข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตง่ายนะคะ ถ้าไม่คล่องภาษาอาจจะงมนานหน่อย แต่เชื่อเถอะค่ะ มันคุ้มกับเวลาที่เสียไป ถ้าไม่ได้ใช้เอาตัวรอด ก็เอามาใช้เป็นข้อมูลท่องเที่ยวทีหลังได้ เรารู้ที่อยู่โฮสต์ เราก็ลองดูรวมๆ จากกูเกิ้ลก่อน ว่าภาพมุมสูงเป็นยังไง อยู่ในเขตเมือง หรือนอกเมือง ความหนาแน่นของอาคารบ้านเรือน หาข้อมูลเมืองที่อยู่ สถานที่สำคัญ ที่อยู่ของสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด บริษัทแท็กซี่ของเมืองนั้นๆ ข้อมูลการเดินรถโดยสาร โรงแรม อะไรที่คิดว่าจำเป็น จะจด จะปรินท์ออกมายังไงก็ได้ตามสะดวก ค่อยๆ หา ค่อยๆ อ่าน รวบรวมข้อมูลไว้ค่ะ เราต้องเซฟตัวเองไว้ให้ได้มากที่สุด ถ้าเราอยู่บ้านโฮสต์ไม่ได้ อย่างน้อยๆ เราก็ต้องมีทางไปของเราเอง ต้องเตรียมตัวเองให้พร้อม เตรียมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าให้ใช้ชีวิตอยู่อย่างระแวง และมองโลกในแง่ร้ายนะคะ ใช้ชีวิตปกตินี่แหละค่ะ แต่ควรจะต้องมีสติตลอดเวลา จะได้ไม่ลนลานจนคิดอะไรไม่ออก เวลามีเรื่อง แต่อย่ากลัวจนเกินไปค่ะ เดี๋ยวจะใช้ชีวิตในต่างแดนไม่สนุก เราเชื่อนะคะ ว่าเราทุกคนมีสัญชาตญาณในการเอาตัวรอด ในสถานการณ์ที่คับขัน เชื่อในตัวเองนะคะ
 
เรื่องสุดท้ายคือ จัดกระเป๋า ซึ่งขอยกไปอีกบล็อกหนึ่งเลย เดี๋ยวจะยาวเกิน

 

 
จากประสบการณ์ของเราเอง เราคิดว่า ที่สำคัญๆ ก็น่ามีประมาณนี้แหละ ที่เหลือก็คงเป็นเรื่องของแต่ละคนแล้วล่ะ ใครคิดว่ามีอะไรสำคัญกว่านี้ ควรจะทำอะไรเพิ่มก็แชร์กันได้เลยนะคะ เพื่อจะเป็นแนวทางให้กันและกันได้