อยากจะถึงเขียนบล็อกนี้เอาไว้เตือนตัวเองว่า เราก็คือเรา เรารักที่เราเป็นอย่างนี้ เราใช้ชีวิตของเราเพื่อเราเอง ถ้าคนอื่นจะไม่ถูกใจที่เราใช้ชีวิตของเราแบบนี้ ก็คือปัญหาของคนคนนั้น เราจะไม่เปลี่ยนตัวเองเพื่อให้คนอื่นพอใจ ถ้าวันหนึ่งเราจะเปลี่ยนไป ก็ขอให้เป็นเพราะเราอยากเปลี่ยนของเราเอง ไม่ใช่เปลี่ยนเพราะเราอยากเหมือนคนอื่น อยากเป็นคนอื่น หรือทำให้คนอื่นพอใจ เราชอบประโยค Ich bin ich ที่มาจากหนังสือเด็กชื่อ Das Kleine Ich bin ich. มาก
หนังสือเล่มนี้เกิดมาจากไอเดียของ Susi Weigel กับ Mira Lobe. Mira เป็นคนเขียนเรื่อง Susi เป็นคนต้นคิด และวาดภาพประกอบด้วย เราอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วชอบมาก เราอยากเห็นคนเราที่แตกต่างกันในสังคม อยู่ร่วมกันได้โดยเสมอภาคกัน อยากให้คนไม่คิดถึงปมด้อยของตัวเอง ไม่มองปมด้วยของคนอื่น อยากให้ทุกคนรักตัวเองที่เป็นตัวเอง ไม่อยากให้คนในสังคมใส่หน้ากากเข้าหากัน ซึ่งเราก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก แต่ถ้าเราทำได้ ชีวิตจะมีความสุขขึ้นอีกหลายเปอร์เซนต์เลยนะคะ 

นอกจากจะเล่าถึงที่มาของชื่อแล้ว อยากจะเล่าถึงหนังสือเล่มนี้ด้วย ใครอ่านภาษาเยอรมันได้ ลองหาอ่านดูนะคะ ใครอ่านไม่ได้ ลองหาดูเป็นภาษาอื่นที่เราอ่านได้ดูนะคะ มีแปลออกมาหลายภาษาเหมือนกัน แต่ไม่แน่ใจว่าภาษาไทยมีไหม แต่ภาษาอังกฤษมีแน่ๆ ชื่อว่า LITTLE I-AM-ME

หนังสือเล่มนี้ เป็นเรื่องของสัตว์ตัวเล็กๆ ตัวหนึ่ง ที่แม้แต่ตัวมันเองก็ไม่รู้ ว่าตัวเองคือตัวอะไร มีสัตว์ตัวอื่นถาม ก็ตอบไม่ได้ว่าตัวเองเป็นอะไร โดนสัตว์ตัวที่ถามว่าโง่อีก เพราะไม่รู้ว่าตัวเองคืออะไร คือสัตว์ประเภทไหน สัตว์ตัวเล็กๆ ตัวนี้ก็เลยพยายามหาคำตอบ เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับสัตว์ตัวอื่นๆ ดู แต่ก็หาสัตว์ที่เหมือนตัวเองไม่เจอ มันเริ่มเป็นกังวล ว่ามันคืออะไร เป็นสัตว์ที่ไม่มีตัวตนหรือเปล่า มีสัตว์แบบมันอยู่บนโลกนี้หรือเปล่า คิดไปต่างๆ นานา ในขณะที่เดินหาคำตอบ เดินหาสัตว์ตัวอื่นมาเปรียบเทียบกับตัวเองอยู่นั้น อยู่ๆ มันก็คิดขึ้นมาได้ว่า „Sicherlich gibt es mich: ICH BIN ICH!“ – มีสัตว์ชนิดนี้บนโลกนะ ก็ฉันนี่ไง ฉันก็คือฉันไง
 
ในเรื่องไม่ได้บอกต่อ ว่าสัตว์ตัวนี้ใช้ชีวิตยังไงหลังจากนั้น มีความสุขหรือเปล่า แต่สำหรับเราแล้ว เราว่าเรื่องมันจบสมบูรณ์แล้ว นั่นคือการยอมรับในตัวตนของตัวเอง ถึงเราจะไม่เหมือนใคร จะแตกต่างยังไง ถ้าเรายอมรับตัวเราเองได้ ใช้ชีวิตในแบบที่เราเป็น นั่นก็คือที่สุดแล้ว
 
ใครไม่เคยอ่าน ลองหาอ่านดูนะคะ ใครอยู่เยอรมนีก็หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป หรือสั่งผ่าน Amazon ก็ได้ค่ะ ถ้าซื้อปกอ่อน มือสอง ราคาก็ไม่ได้แพงมาก แต่ถ้าจะซื้อมาสะสม เราว่าปกแข็งสวยกว่า เคยเห็นคนเอามาลงกูเกิ้ลแบบ pdf ด้วย แต่รู้สึกจะเป็นแค่ตัวเรื่อง คือไม่ใช่ไฟล์สแกน ถ้าอ่านดูแล้วชอบ แนะนำให้ซื้อเก็บเลยค่ะ เราเองอ่านซ้ำอยู่เรื่อยๆ รู้สึกว่ามันสร้างกำลังใจให้เราได้นะ