ก่อนจะเข้าเรื่องการสัมภาษณ์ ขอพูดถึงเรื่องการแต่งกายก่อนนะคะ จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้มีกฎตายตัวว่าเราควรจะแต่งตัวยังไงมาสัมภาษณ์ แต่เราก็คิดว่าควรจะสุภาพเรียบร้อยในระดับหนึ่ง เพราะนอกจากจะเป็นการให้เกียรติสถานที่ ให้เกียรติคนสัมภาษณ์แล้ว มันยังทำให้เราดูดีด้วยนะคะ ดูเป็นคนรู้กาลเทศะ รู้ว่าอะไรควรไม่ควร จริงๆ แล้วเรื่องนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก แต่มันเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตัวเราเอง ยังไงก็ลองพิจารณาดูตามความเหมาะสมของตัวเราเองนะคะ

จบเรื่องการแต่งกาย ก็มาว่ากันต่อกับเรื่องของการสัมภาษณ์ วันที่ไปสัมภาษณ์ ถ้าเป็นไปได้ ก็ควรจะไปก่อนเวลานัดนะคะ ยังไงก็กันไว้ก่อน ถึงเร็วเรายังนั่งรอได้ แต่ถ้าถึงช้า เราอาจจะไม่ได้สัมภาษณ์นะคะ แล้วการไปถึงก่อนเวลา มันช่วยให้เราไม่ตื่นเต้น ลนลานด้วย เอกสารที่เราเตรียมไปก็ควรที่จะจัดเตรียมให้เรียบร้อยก่อน ก่อนออกจากบ้านก็ควรตรวจเช็คดูอีกรอบเพื่อให้แน่ใจ

พอถึงเวลาสัมภาษณ์ อย่าลนนะคะ ขอเล่าจากประสบการณ์ส่วนตัวนะคะ เรายิ้มและสวัสดีเจ้าหน้าที่ พร้อมกับยื่นเอกสารให้ เค้าก็ไม่ได้ยิ้มตอบนะคะ แต่เรารู้สึกว่ามันทำให้บรรยากาศดีขึ้น ซึ่งคนสัมภาษณ์ก็มีทั้งเจ้าหน้าที่คนไทย และคนเยอรมัน ส่วนใครจะได้สัมภาษณ์กับใครนั้น มันก็กำหนดไม่ได้เนาะ ต้องวัดดวงเอาแหละ เราเองได้เจ้าหน้าที่คนไทย ตอนแรกถามเป็นภาษาไทยนิดหน่อย แล้วก็ให้เราแนะนำตัวเป็นภาษาเยอรมัน เรายิ้มเลย เพราะก่อนสัมภาษณ์กังวลอยู่พอสมควร เราเองก็พูดเท่าที่ตอนนั้นจะนึกออก เค้าก็พยักหน้าตามที่เราพูดนะคะ พอพูดจบเค้าก็ชี้แจงว่า ต้องรอวีซ่าประมาณ 8-10 อาทิตย์นะ เพราะทางเยอรมนีจะเป็นผู้พิจารณาให้วีซ่าเรา อาจจะเร็วหรือช้ากว่านี้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย แล้วเค้าก็ให้พาสปอร์ตเราคืนมา ถ้าได้วีซ่าก็ค่อยนำพาสปอร์ตมารับวีซ่าอีกที         เรารอวีซ่าไม่ถึงเดือนนะคะ ก็ได้วีซ่า ซึ่งเราคิดว่าอาจจะเป็นเพราะโฮสต์ไปเร่งทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทางนั้นด้วย  แล้วอีกอย่างเมืองที่เราไปเป็นเมืองเล็กๆ ไม่ใช่เมืองมหาวิทยาลัยหรือเมืองอุตสาหกรรมด้วย จำนวนคนต่างชาติขอที่วีซ่าระยะยาวก็เลยมีจำนวนน้อย ทำให้การพิจารณาวีซ่าเร็วขึ้น แต่ถ้าเป็นเมืองใหญ่ๆ คนขอวีซ่าเยอะๆ   การพิจารณาก็อาจจะล่าช้าออกไปอีก เพราะฉะนั้นใจเย็นๆ และเผื่อเวลานี้ไว้ด้วยนะคะ

ส่วนที่ว่าจะโดนสัมภาษณ์อะไรบ้าง นี่ก็คงแล้วแต่คน แล้วแต่วิจารณญาณของเจ้าหน้าที่นะคะ แต่เท่าที่ได้คุยกับคนรู้จักที่มาเป็นออแพร์หลังเราเรื่องการสัมภาษณ์วีซ่า ก็ไม่มีใครโดนคำถามยากนะคะ ถ้าโดนคำถามที่เราตอบไม่ได้    ก็อย่าตอบมั่วนะคะ ตั้งสตินิดหนึ่ง แล้วบอกเจ้าหน้าที่ไปตรงๆ ว่าไม่เข้าใจคำถาม เค้าอาจจะกำลังดูไหวพริบเราอยู่ก็ได้ ว่าเราสามารถเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขันได้หรือเปล่า ถ้ามีเอกสารแสดงถึงความรู้ทางภาษาเยอรมัน อาจจะโชคดีไม่โดนสัมภาษณ์ก็ได้นะคะ มันเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยากอะคะ


แต่ยังไงก็แล้วแต่ เราก็ต้องเตรียมตัวเราเองให้พร้อมที่สุด สิ่งที่ควรจะมีมากที่สุดในวันสัมภาษณ์คือสติค่ะ ขอให้ทุกคนโชคดีในการสัมภาษณ์นะคะ