เมื่อไม่นานมานี้มีรุ่นน้องที่รู้จักกันมาปรึกษาเราเรื่อง Ehevertrag (สัญญาก่อนการแต่งงาน หรือที่เรียกว่า Prenuptial agreementในภาษาอังกฤษ) เราเองก็ไม่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้ เพราะตอนแต่งงานสามีไม่ได้ทำสัญญานี้ เราก็ได้แต่บอกน้องไปตามที่เราคิด ที่เหลือก็ให้เค้าไปคิดต่อและตัดสินใจเอง คุยกับน้องเสร็จแล้ว ก็รู้สึกอยากจะเขียนบล็อกเกี่ยวกับเรื่องนี้เก็บเอาไว้ เพราะรู้สึกว่ามันเป็นหัวข้อที่น่าสนใจดี แล้วก็อยากจะแชร์ความคิดของตัวเองด้วย บล็อกนี้เราเขียนจากความคิดเห็นส่วนตัวของเราเองนะคะ ถ้าเกิดว่ามันไปขัดความรู้สึกของคนอ่านเข้า ก็ขออภัยไว้ ณ ตรงนี้เลยนะคะ

สัญญาก่อนแต่งงานนี้ โดยส่วนมากแล้วจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคล (หรือหนี้สินในบางกรณี) ซึ่งคู่สมรสจะจัดทำขึ้นมาก่อนจะจดทะเบียนสมรส (โดยผ่านสำนักงานทนายความ) จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่ายตามแต่ทั้งคู่จะเห็นสมควร ตามแต่ที่จะตกลงกัน เหมือนกับเป็นเงื่อนไขก่อนจะแต่งงานกัน คือเซ็นต์ยอมรับก่อนแต่งงาน หลังแต่งงานก็ปฏิบัติตามนั้น ตัวอย่างข้อความในสัญญาก็เช่น เช่น อีกฝ่ายจะไม่มีสิทธิ์ในทรัพย์สินก่อนแต่งงานของอีกฝ่าย ถ้ามีการหย่าร้างกันเกิดขึ้นจะแบ่งทรัพย์สมบัติกันยังไง มีเงื่อนไขอะไรบ้าง สัญญาจะเป็นโมฆะได้เพราะเหตุผลใดบ้าง ซึ่งค่อนข้างจะหลากหลายไปตามความต้องการของผู้ทำสัญญา

ในหลายๆ ประเทศ สัญญาตัวนี้ค่อนข้างจะเป็นเรื่องธรรมดา มันเป็นเรื่องของการปกป้องทรัพย์สินของตัวเอง (หรือปกป้องอีกฝ่ายจากหนี้ที่ตัวเองก่อขึ้น) ซึ่งถ้าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าตัวสัญญานี้เป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายก็ไม่มีปัญหาอะไร ไม่ได้ถือว่าสัญญานี้เป็นปัญหาใหญ่โต แต่ในไทยเองเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่อยู่เหมือนกัน ก็คงมีคนทำแหละสัญญานี้ แต่มันยังไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติ คือไม่ใช่เรื่องธรรมดาสามัญนั่นเอง และค่อนข้างเป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับหญิงไทยเราอยู่เหมือนกัน เท่าที่เราเคยได้ยิน เคยได้อ่านมา ก็มีคนจำนวนมากที่มองสัญญานี้ในแง่ลบ โดยที่ยังไม่ได้ศึกษาข้อดีข้อเสีย ยังไม่ได้ศึกษาตัวสัญญา เพราะสำหรับบางคนอาจจะรู้สึกว่า สัญญาตัวนี้สร้างขึ้นจากความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน อาจจะนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งกันสำหรับบางคู่ แค่ได้ยินชื่อสัญญานี้ก็พาลจะไม่แต่งงานเอาดื้อๆ แต่ในความคิดของเราแล้ว ตราบใดที่สัญญามันให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย มันก็ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายนะ

สำหรับเราแล้ว ถึงแม้เราจะไม่ได้เซนต์อะไรก่อนแต่งงานเลย แต่เราก็ไม่ได้ลำบากใจที่จะเซ็นต์นะ ถ้าสัญญานั้นไม่เป็นการเอาเปรียบกัน เราไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องทำร้ายจิตใจอะไร เราว่ามันเป็นเรื่องที่ตกลงกันของคนสองคน ไม่มีถูกไม่มีผิด ไม่มีคำตอบที่ตายตัวสำหรับทุกคู่เราอยากแนะนำว่า ถ้าใครที่จะแต่งงานกับชาวต่างชาติ แล้วคู่สมรสเราเกริ่นถึงสัญญาตัวนี้ ก็อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไปก่อนไข้เลยค่ะ แนะนำให้อ่านร่างสัญญาก่อน แล้วค่อยๆ คิด ถ้าเราคิดว่ามันไม่เป็นธรรมสำหรับเราก็บอกฝ่ายนั้นไป ค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ เปลี่ยน ค่อยๆ คุยกัน เราเชื่อว่ามันไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร

ขอยกตัวอย่างสัญญาก่อนแต่งงานในความคิดของเราเองนะคะ เผื่อจะเป็นแนวทางสำหรับคนอื่น เราเคยคิดไว้ก่อนแต่งงาน ว่าถ้าจะต้องเซ็นต์สัญญาตัวนี้ สิ่งที่เราจะขอให้มีในสัญญาคือ นอกจากค่าใช้จ่ายในบ้าน ค่ากินอยู่ของเราแล้ว ถ้าเราจะเรียนต่อ หรือเรียนวิชาชีพอะไรเพิ่มก็แล้วแต่ ขอให้รับผิดชอบในส่วนนี้ด้วย ในกรณีต้องหย่ากัน ถ้าเป็นความผิดของเรา เราจะเดินออกมาเอง ไม่เอาอะไรสักอย่าง แต่ถ้ามันไม่ใช่ความผิดของใคร เช่น ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่ายหมดรักกัน เราจะไม่เอาอะไรเลยถ้าในขณะนั้นเรามีงานทำ สามารถรับผิดชอบตัวเองได้แล้ว แต่ในกรณีที่มีลูก ก็ขอให้รับผิดชอบส่วนนี้ร่วมกันต่อไป แต่ถ้าเรายังไม่มีงานประจำทำ ก็ขอให้ช่วยจนเรายืนได้ด้วยตัวเองก่อน ในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปี คือถ้าเกินปีหนึ่งแล้วเรายังไม่มีอะไรทำเป็นชิ้นเป็นอัน ก็ไม่ต้องช่วยต่อแล้ว อันนี้ก็เป็นแค่ความคิดเรานะคะ เพราะสุดท้ายแล้วเราก็ไม่ได้เซนต์ เพราะสามีไม่สนใจจะทำสัญญา เราเองก็ไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เราเรียกร้องมันมากไป หรือน้อยไป แต่มันเพียงพอแล้วสำหรับเรา แล้วก็อย่างที่บอกว่ามันไม่มีผิดไม่มีถูก เราเองก็บอกน้องคนที่มาปรึกษาเราไปเหมือนกันว่า อยากจะเรียกร้องมากน้อยเท่าไหร่ หรือไม่เรียกร้องอะไรเลย มันก็คือสิทธิส่วนบุคคลของเรา คำว่ามากน้อยของแต่ละคนมันไม่เท่ากันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นให้ดูความต้องการของตัวเองเป็นหลัก แต่ก็ต้องให้ความยุติธรรมกับอีกฝ่ายด้วย สุดท้ายน้องคนนี้ก็เซนต์นะ แต่ก็มีการแก้สัญญานิดหน่อย จนตัวสัญญาเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่าย ก็ถือว่าตกลงกันได้ด้วยดี ซึ่งก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของคนที่ต้องเซ็นต์สัญญานี้ว่ามันไม่ได้เลวร้ายอะไรเลย  


ยังไงเราก็ขออวยพรให้ทุกคนที่ต้องเซนต์สัญญานี้โชคดีนะคะ ขอให้เจอสัญญาที่เป็นธรรม ขอให้มีการตกลงกันได้ด้วยดี มีชีวิตคู่ที่ราบรื่นยาวนานนะคะ