บล็อกนี้จะขอแนะนำเรื่องการติดต่อพูดคุยทำความรู้จักกับโฮสต์ก่อนที่เราจะทำการแมทช์กับโฮสต์ ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่เราควรจะให้ความสำคัญกับมันมากๆ นะคะ เพราะมันอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของการที่ทำให้ชีวิตออแพร์ไม่ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็นได้ ก่อนที่เราจะเริ่มเลือก หรือเริ่มต้นคุยกับโฮสต์ อันดับแรก เราควรจะกำหนดหรือสร้างเงื่อนไขให้กับตัวเราเองก่อนนะคะ พยายามตั้งคำถามกับตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ว่าเราทำอะไรได้บ้าง เส้นของเราอยู่ตรงไหน อะไรที่เรายอมให้ล้ำเส้นได้ อะไรไม่ได้ อะไรที่คิดว่าเราจะเปลี่ยนได้ อะไรที่จะเป็นการฝืนตัวเองจนเกินไป ตัวอย่างคร่าวๆก็เช่น จำนวนเด็กที่เราคิดว่าเราดูแลไหว เราคิดว่าเราจะดูแลเด็กในช่วงอายุไหนได้ดีที่สุด เราพร้อมจะช่วยงานบ้านโฮสต์หรือเปล่า ถ้าพร้อมจะช่วยงานบ้านก็ต้องดูว่าปริมาณแค่ไหนที่เรารับได้ เราดูแลเด็กพิเศษได้ไหม รับได้ไหมถ้าต้องมีโฮสต์สูบบุหรี่ พอเรามีเงื่อนไขคร่าวๆ ของเราแล้ว เราก็จะได้ไม่จำเป็นต้องคุยกับทุกบ้านที่ติดต่อเข้ามา ตัวเลือกก็จะไม่เยอะเกินไปด้วย การติดสินใจก็อาจจะง่ายขึ้น

พอเรามีขอบเขตคร่าวๆ ของเราแล้ว ก็มาถึงการติดต่อกับโฮสต์ ส่วนมากจะเริ่มติดต่อกันด้วยอีเมล์ก่อน ดารเขียนอีเมล์นั้นก็ไม่ควรจะเขียนเวิ่นเว้อ ยืดยาวเกินความจำเป็นนะคะ พยายามเขียนให้กระชับ ข้อมูลครบถ้วน การติดต่อผ่านอีเมล์นี้ ส่วนมากจะใช้เวลาไม่ค่อยนานนะคะ ไม่น่าจะเกิน 3-4 ครั้งเราก็รู้แล้วละว่าเราควรจะคุยต่อหรือเปล่า หรือจะหยุดคุยเพียงแค่นี้ เราไม่จำเป็นต้องคุยทีละครอบครัวนะคะ คุยพร้อมๆ กันหลายบ้านได้ แต่อย่าสับสน และอย่าดึงเกมนานมันจะเป็นการเสียเวลาทั้งสองฝ่าย พอส่งอีเมล์ไปมาสักพัก ถ้าทั้งสองฝ่ายยังรู้สึกว่าน่าจะคุยกันต่อได้ ออแพร์น่าจะเข้ากับครอบครัวได้ ก็จะมีการสไกป์ หรือโทรศัพท์หากัน โดยส่วนมากโฮสต์จะเป็นโทร หรือสไกป์หาเราเอง แต่ต้องนัดเวลากันดีๆ นะคะ เราเองก็ควรจะเช็คด้วยว่าเวลาต่างกันกี่ชั่วโมง เอาให้สะดวกทั้งฝ่าย เวลาโทรศัพท์หรือสไกป์กับโฮสต์ให้พยายามอยู่ในที่ที่มีสิ่งรบกวนน้อยที่สุด ถ้าไม่เป็นการรบกวนโฮสต์จนเกินไปนั้น ก็ลองขอสไกป์เวลาที่น้องอยู่ด้วยนะคะ จะได้เป็นการเริ่มทำความรู้จักคุ้นเคยกันไว้ การคุยโทรศัพท์หรือสไกป์มันนั้น นอกจากจะเป็นการทำความรู้จักกันเพิ่มมากขึ้นแล้ว ก็ยังเป็นการทดสอบภาษาด้วย เพราะฉะนั้นเวลาคุยต้องมั่นใจนะคะ พูดผิดบ้างถูกบ้างไม่เป็นไร อย่าให้บทสนทนาล่มก็พอ แสดงให้โฮสต์เห็นว่าเราแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ ฟังโฮสต์ไม่เข้าใจก็ต้องถามนะคะ อย่าเออออไปทั้งๆ ที่ไม่เข้าใจ ถ้าฟังไม่ชัดก็ควรจะขอให้โฮสต์พูดซ้ำอีกที แล้วก็อย่าปล่อยให้มีช่องว่างระหว่างบทสนทนาเยอะเกินไป และไม่ควรที่จะรอตอบคำถามโฮสต์อย่างเดียว ควรจะมีการโต้ตอบกันทั้งสองฝ่าย ถ้าไม่รู้จะถามอะไรโฮสต์ ก็ถามเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วๆ ไปนี่แหละค่ะ แต่อย่าถามเรื่องส่วนตัวที่มันมากเกินไปนะคะ มันจะเป็นการละลาบละล้วงและดูไม่งาม ไม่เหมาะสม ไม่ก็อาจจะเล่าเรื่องเราเองบ้างนิดๆ หน่อยๆ หรือสภาพดินฟ้าอากาศบ้านเราเองด้วย


การคุยกับโฮสต์ในขั้นตอนนี้นั้น เราควรจะถามทุกอย่างให้เคลียร์นะคะ อย่าคิดไปเอง เพราะมันอาจจะเกี่ยวข้องกับสิทธิและผลประโยชน์ของเราเอง เราต้องปกป้องผลประโยชน์เบื้องต้นของเราเอง ให้ลิสต์คำถามที่เราอยากถามไว้ก่อนเลย จะได้ไม่ลืม เราสงสัย อะไรตรงไหน ถามไปเลยค่ะ ซึ่งถ้าโฮสต์ยินดีตอบ ตอบเคลียร์นี่คือไว้ใจได้ในระดับหนึ่งนะคะ แต่ถ้ามีมาแบบงานบ้านไม่เยอะหรอก ไม่ต้องห่วง เราก็ไม่ควรจะเชื่อตามนั้นเลยนะคะ เพราะคำว่าเยอะของแต่ละคนมันไม่เหมือนกันนะคะ เพราะฉะนั้นต้องถามกลับไปให้แน่ใจเลยว่า ไอ้ที่ว่าไม่เยอะหรอกนี่คืออะไรบ้าง ถือว่าเยอะสำหรับเราหรือเปล่า หรือบ้านโฮสต์ไม่กินเนื้อสัตว์ ถ้าเรากินเนื้อสัตว์ก็ควรจะถามว่า แล้วเราทำกินเองได้ไหม เพราะบางบ้านนอกจากจะไม่กินแล้ว ก็ยังไม่ให้มีเนื้อสัตว์ในบ้านด้วยนะคะ ที่อยู่ก็สำคัญนะคะ ถ้าเราชอบแสงสีเสียง ชอบคนเยอะๆ ชอบเดินห้างมากกว่าเดินป่า ก็ไม่ควรที่จะเลือกโฮสต์ที่มีบ้านอยู่นอกเมืองจนเกินไปนะคะ เพราะมันอาจจะทำให้เราเศร้าเราเหงาได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าใครอยู่ง่าย อยู่ยังไงก็ได้ ไม่ติดเพื่อน ก็จะปัญหาน้อยหน่อย เรื่องบางเรื่องที่เราคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ ไม่สำคัญอะไร มันอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเราในต่างแดนได้นะคะ เพราะฉะนั้นเราต้องป้องกันตัวเองไว้ก่อน เซฟตัวเองไว้ให้มากที่สุดนะคะ