ก่อนจะเข้าเนื้อหา ขอชี้แจงนิดหนึ่งนะคะว่า ตั้งแต่บล็อกนี้เป็นต้นไป เราจะเปลี่ยนจากคำว่าเยอรมนี มาเป็นเยอรมันแทนนะคะ คือมีเสียงติงมานิดหนึ่ง ว่าเยอรมนีเป็นคำใช้เรียกประเทศที่ถูกต้องก็จริง แต่มันดูเป็นทางการไป เวลาอ่านจะรู้สึกสะดุดนิดๆ เพราะส่วนมากจะพูดติดปากกันว่าเยอรมันมากกว่า เราก็เลยจะเปลี่ยนตามคำแนะนำนี้     จะได้อ่านกันง่ายขึ้น

ชี้แจงเสร็จแล้วก็มาว่ากันต่อกับเรื่องของออแพร์เลยนะคะ หลายๆ คนเลือกที่จะใช้เอเจนซี่ในการเป็นออแพร์ ส่วนมากก็คงจะรู้กันอยู่แล้วละ ว่ามีเอเจนซี่ออแพร์ แล้วเอเจนซี่มีไว้เพื่ออะไร ซึ่งตามความเข้าใจของเราก็คือ เอเจนซี่จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างออแพร์ กับโฮสต์ เป็นคนประสานงาน ให้คำแนะนำ คอยแก้ปัญหาต่างๆ ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างโฮสต์กับออแพร์ แล้วจำเป็นไหมที่เราจะต้องใช้บริการเอเจนซี่ ในบางประเทศนั้น เช่น อเมริกา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องผ่านเอเจนซี่ เพราะมันเป็นข้อบังคับ ไม่สามารถไปเองได้ แต่สำหรับเยอรมัน เราเลือกเองได้ค่ะ ว่าจะไปกับเอเจนซี่ หรือจะทำเรื่องเอง เราเองก็ไม่ได้ผ่านเอเจนซี่นะคะ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต่อต้านเอเจนซี่นะ ทั้งไปเอง หรือผ่านเอเจนซี่ มันก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันออกไป เราเองเลือกที่จะไม่ไปกับเอเจนซี่ เพราะในตอนนั้นเรามีเงินไม่มากพอที่จะไปกับเอเจนซี่ เราเลยเลือกที่จะทำเรื่องเอง แต่เราจะไม่พูดถึงเอเจนซี่เลยก็คงจะไม่ได้ เพราะๆ หลายๆ คนที่ไม่มีปัญหาเรื่องทุนทรัพย์ก็คงอยากจะมีตัวเลือกบ้าง          

ข้อเสียของเอเจนซี่คือค่าใช้จ่ายที่สูงพอสมควร(แต่เทียบกับโครงการอื่นแล้ว ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่รับได้นะ) ตรงนี้เราก็เข้าใจเอเจนซี่นะ ว่าเอเจนซี่ไม่ได้ทำการกุศล การดำเนินการ อะไรต่างๆ มันก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ค่าความเสี่ยง แล้วคนทำงานก็ต้องมีค่าตอบแทน ตามความคิดของเรานะคะ ถ้าพอมีทุนอยู่บ้าง การที่จะผ่านเอเจนซี่ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายนะ เพราะข้อดีของเอเจนซี่มีเยอะพอสมควรเละ เช่น เราจะแบกรับความเสี่ยงน้อยลง การดำเนินการง่ายขึ้น สะดวกขึ้น เพราะเราจะมีเอเจนซี่เป็นพี่เลี้ยง คอยให้คำแนะนำ คำปรึกษา คอยอำนวยความสะดวก ทั้งที่ไทย และเยอรมัน ถ้าต้องมีการรีแมทช์ หรือมีปัญหาระหว่างที่อยู่ในเยอรมัน ก็ยังอุ่นใจว่ามีเอเจนซี่ บางคนอาจจะเคยได้อ่าน ได้ยินมาว่ามีเอเจนซี่ที่เป็นปัญหาอยู่เหมือนกัน แต่เราว่าคงจะเป็นส่วนน้อยๆ ของวงการเอเจนซี่แหละ เพราะคงไม่มีใครอยากให้เอเจนซี่ตัวเองเสียชื่อเสียงหรอกมั้ง แล้วทุกวันนี้ข้อมูลข่าวสารมันกระจายเร็วมาก เราคิดว่ายังไงความเสี่ยงมันก็น่าจะน้อยกว่าการไปด้วยตัวเองอยู่พอสมควรเลยแหละ

ทีนี้มาถึงคำถามที่ว่า แล้วจะไปกับเอเจนซี่ไหนดีล่ะ เลือกไม่ถูก ไม่กล้าตัดสินใจ ซึ่งถ้าเรามีคนรู้จักที่เคยผ่านโครงการนี้กับเอเจนซี่มาแล้ว ก็คงหาคำตอบได้ไม่ยาก คนคนนั้นคงให้คำแนะนำเราได้ แต่ถ้าเราไม่รู้จักใครเลยล่ะ จะทำยังไงดี เราขอแนะนำวิธีเลือกเอเจนซี่แล้วกันนะคะ เพราะเราเองไม่มีเอเจนซี่ที่จะแนะนำ อันนี้เป็นความคิดของเราเองนะคะ ถ้าในตอนนั้น เราเลือกที่จะไปกับเอเจนซี่ เราจะทำแบบนี้ค่ะ


ลองเสิร์ชจากกูเกิ้ลดูก่อน แล้วรวบรวมรายชื่อคร่าวๆ ของบรรดาเอเจนซี่มา เข้าไปดูเวปไซต์ แล้วค่อยๆ อ่านรายละเอียดของแต่ละเอเจนซี่ดู ว่ามีอะไรต่างกันตรงไหน ค่าใช้จ่ายเป็นยังไง พร้อมๆ กับลองหาดูด้วยว่า เคยมีคนรีวิวเอเจนซี่ไว้หรือเปล่า แล้วเลือกเอเจนซี่ที่เราพอใจมาสักสองสามที่ ลองติดต่อพูดคุยกับเอเจนซี่ดู เราเชื่อว่าเอเจนซี่ที่ดี ต้องไม่ยัดเยียด หรือกดดันให้เราต้องสมัครเดี๋ยวนั้น ถ้าเป็นไปได้ก็ลองเข้าไปคุยในบริษัทเอเจนซี่จริงๆ จะดีกว่าคุยทางโทรศัพท์อย่างเดียว อย่าเพิ่งรีบรีบร้อนตัดสินใจ เพียงเพราะส่วนลด หรือคำโฆษณาต่างๆ ให้กลับมาลองคิด   ลองพิจารณาก่อนว่า เราได้อะไรจากการพูดคุยกับเอเจนซี่ เอเจนซี่ให้ข้อมูลเราแบบกั๊กๆ หรือเปล่า เอเจนซี่สามารถตอบคำถามที่เราสงสัยได้หมดหรือเปล่า และที่สำคัญคือ เรารู้สึกสบายใจที่จะคุยกับเอเจนซี่ไหนที่สุด แล้วค่อยๆ ตัดตัวเลือกออกไป ให้เวลากับตัวเองนะคะ ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกเอเจนซี่