หัวข้อนี้ขอแบ่งเป็น 2 ตอนนะคะ เดี๋ยวจะยาวเกินแล้วจะอ่านลำบาก J
ค่าตอบแทนของออแพร์เยอรมนีนั้น ไม่ได้เยอะมากนะคะ คือ เงินเดือนขั้นต่ำสุด 260 ยูโร  (อ้างอิงจาก http://www.bangkok.diplo.de/Vertretung/bangkok/th/08/Langzeit-Aupair.html) ถึงสถานทูตจะใช้คำว่าขั้นต่ำ ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะได้เยอะกว่านั้นมากๆ นะคะ ขึ้นอยู่กับครอบครัว กับหน้าที่ที่เราต้องทำ ข้อตกลงของเรากับโฮสต์ สำหรับเรา เราแฮปปี้กับเงินจำนวนนี้นะคะ อยู่ได้ ถึงแม้ว่าแทบจะไม่เหลือเก็บกลับไทย แต่ก็ไม่ได้เอาเงินเก็บที่มีออกมาใช้นะคะ และด้วยความที่เราไม่ได้คิดจะมาเก็บเงินอยู่แล้ว เลยไม่ได้รู้สึกผิดอะไรกับการใช้เงินหมด แล้วเงินส่วนใหญ่ของเราก็หมดไปกับการเดินทาง ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราอยากจะทำอยู่แล้ว นอกเหนือจากเงินเดือน เราก็มีรายได้เพิ่มในบางเดือน แลกกับหน้าที่ที่โฮสต์ให้เพิ่มมา แต่ไม่ใช่ทุกเดือน แล้วก็มีตอนวันเกิด กับคริสต์มาสที่ได้เงินพิเศษจากโฮสต์ ส่วนถ้าใครถ้ามุ่งมั่นเพื่อที่จะไปเก็บเงินอย่างเดียวนั้น เราว่าออแพร์เยอรมนี คงไม่ใช่คำตอบของคุณนะคะ คือถ้าคิดเป็นตัวเงิน คงไม่คุ้มกับการลงทุน เพราะหลายๆ คนอยู่ไทยอาจจะได้เยอะกว่านี้ หรือออแพร์ที่อื่นอาจจะมีผลตอบแทนมากกว่านี้ แต่ถ้าคิดในแง่ประสบการณ์ชีวิต สำหรับเราแล้ว เกินคุ้มค่ะ

นอกเหนือจากเงินค่าตอบแทนที่เราจะได้รับ ก็จะมีสวัสดิการอื่นๆ ด้วย หลักๆ เลยก็จะมี

ประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพนี่เป็นกฎหมายของเยอรมนีอยู่แล้ว คือบังคับว่าประชาชนต้องมีประกันสุขภาพ เรื่องนี้โฮสต์จะต้องเป็นคนจัดการให้เรานะคะ และจะต้องระบุอยู่ในสัญญาว่าจ้างออแพร์ด้วย และส่วนมากจะระบุวันเริ่มประกันเป็นวันที่เราเดินทาง เพราะฉะนั้นเราไม่จำเป็นต้องซื้อประกันก่อนการเดินทาง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราควรดูสัญญาอย่างละเอียด หรือถามโฮสต์ด้วย บางคนอาจจะทำประกันให้เราหลังจากไปถึงแล้ว อันนี้เราอาจจะต้องซื้อประกันระยะสั้นๆ ของเราเองด้วย หรือคุยกับโฮสต์ว่าประกันเริ่มจากวันเดินทางน่าจะดีกว่า เพราะเราอาจจะป่วยในทันทีที่ไปถึง ด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ อาจจะรอประกันไม่ได้ แล้วค่ารักษาพยาบาลในเยอรมนีนั้นสูงพอสมควรเลยนะคะ


สิทธิการเรียนภาษา ตามกฎแล้ว โฮสต์จะต้องช่วยออกค่าใช้จ่ายในการเรียนภาษาเดือนละ 50 ยูโร ที่เหลือออแพร์ต้องออกเอง ซึ่งสำหรับคนที่เรียนอินเทนซีฟอาจจะลำบากพอสมควร เพราะเงินเดือนเกินครึ่งอาจจะต้องนำมาจ่ายค่าเรียน ถ้าโชคดีโฮสต์ก็อาจจะช่วยเยอะหน่อย หรือจ่ายให้เลย แต่ปัญหานี้มีทางออกค่ะ เช่น เราอาจจะเลือกเรียนแบบสามวันต่อสัปดาห์ หรือเรียนคอร์สตอนค่ำ ราคาจะถูกลงมาหน่อย หรืออาจจะลองต่อรองกับโฮสต์ดู ว่าขอเพิ่มได้ไหม อาจจะแลกกับการทำงาน หรือช่วยงานวันหยุด หรืออะไรก็ว่าไป หรือจะเรียนคอร์สเว้นคอร์ส หรือถ้าใครอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย อาจจะมองหา Tandempartner (Tandempartner จะเป็นการจับคู่ แลกเปลี่ยนภาษา ช่วยเหลือกันในการเรียนหรือฝึกฝนภาษา ผ่านเจ้าของภาษา เช่นอาจจะมีคนเยอรมัน สนใจเรียนภาษาไทย เราก็สอนภาษาไทย แลกกับภาษาเยอรมัน ตามแต่จะตกลงเวลากัน โปรแกรมนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมของนักศึกษา ข้อเสียคือ ส่วนมากจะเป็นการฝึกพูด ฝึกฟังมากกว่า ไม่ได้เน้นไวยากรณ์ ไม่ได้การอ่าน การเขียน ข้อดีคือสนุก ไม่เครียดเพราะเหมือนไปนั่งเมาท์กันมากกว่า ยิ่งคุยกันถูกคอ ยิ่งสนุก) อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องแก้ปัญหากันเองต่อไป หรือถ้าไม่ซีเรียสเรื่องต้องเข้าชั้นเรียน เราก็เรียนเองก็ได้นะคะ แล้วให้โฮสต์ช่วยในเรื่องอุปกรณ์การเรียนแทนเงินช่วยค่าคอร์สเรียน  หรือช่วยดูเวลาเรามีปัญหาในการเรียน