พูดภาษาเยอรมันไม่เป็น ไปได้ไหม
ไปได้นะคะ ถ้าอย่างน้อยภาษาอังกฤษพอได้บ้าง เพราะเราเอง ตอนนั้นก็ไม่ได้พูดภาษาเยอรมัน เราเริ่มเรียนขั้นพื้นฐานก่อนจะขอวีซ่าไม่นานเท่าไหร่ เพราะในเวปของสถานทูตระบุไว้ว่า  ควรมีความรู้ภาษาเยอรมันในระดับ A1และสถานทูตจะทดสอบภาษาตอนขอวีซ่า อันนี้จะขอลงรายละเอียดในหัวข้อวีซ่านะคะ ว่าเราควรเตรียมตัวยังไง ภาษาระดับ A1นี่ต้องรู้มากขนาดไหน สถานทูตถามอะไรบ้าง ต้องมีอะไรแสดงหรือเปล่า เพราะอาจจะยาวอยู่เหมือนกัน แต่ข้อเสียของการรู้ภาษาเยอรมันแค่ขั้นพื้นฐาน อาจจะเป็นข้อจำกัดในการที่โฮสต์จะเลือกเรา เพราะบางครอบครัวจะอยากได้ออแพร์ที่สื่อสารภาษาเยอรมันได้ในระดับหนึ่ง แต่มันก็ไม่ได้แย่นะ ขอพูดในฐานะที่ผ่านตรงนั้นมาก่อน เราเองก็ไม่ได้รอโฮสต์นาน ตัวเลือกก็มีพอสมควร อาจจะน้อยกว่าคนที่พูดภาษาเยอรมันได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี การที่เรารู้ภาษาเยอรมันคือสิ่งดี แต่การที่รู้แค่เบื้องต้น มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายอะไร เพราะภาษาคือสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ ฝึกฝนเพิ่มเติมได้ เพราะฉะนั้นอย่าคิดมาก บางคนอาจจะมีคำถามว่า ถ้ามีความรู้ภาษาเยอรมันแค่เบื้องต้น จะลำบากไหมกับการใช้ชีวิตในเยอรมนี ถ้าใครมีคำถามนี้ รอก่อนนะคะ เดี๋ยวเราจะเอาไปรวมกับหัวข้อการใช้ชีวิตในเยอรมนี
แล้วต้องมีคุณสมบัติยังไงบ้าง
ข้อมูลในส่วนคุณสมบัติ ขออ้างอิงจากเวปไซต์ของสถานทูตเยอรมนีในประเทศไทย ตามลิงค์นี้นะคะ http://www.bangkok.diplo.de/Vertretung/bangkok/th/08/Langzeit-Aupair.html
นอกจาภาษาแล้ว คุณสมบัติที่สำคัญ (ในความคิดเรานะคะ) ก็มีอีกสองอย่างคือ 

อายุต้องอยู่ในเกณฑ์
ผู้ที่จะเป็นออแพร์ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ำ 18 ปีและไม่เกิน 27 ปีในวันที่ยื่นคำร้องขอวีซ่า (สำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ต้องแสดงหนังสือให้ความยินยอมจากผู้มีอำนาจปกครอง (บิดามารดา)) อันนี้หลายคนอาจจะคิดว่า อายุแค่ 18 ก็เพิ่งจะจบ ม.6 เอง จะไปได้ยังไง อันนี้เราคงต้องถามตัวเองกลับว่า เรามีความรับผิดชอบขนาดไหน พร้อมแค่ไหนกับการที่จะออกไปเผชิญโลกใหม่ ผู้ปกครองเห็นด้วยหรือไม่ อย่าลืมว่าต้องแสดงหนังสือให้ความยินยอมจากผู้มีอำนาจปกครอง ถ้าใจพร้อม ทุกอย่างพร้อม มันก็ไม่มีอะไรต้องห่วงนะ ตามความคิดของเรา จริงๆ แล้วโครงการ    ออแพร์ในต่างประเทศเป็นที่นิยมสำหรับคนที่อายุ 18-19 อยู่พอสมควรนะคะ เพราะช่วงนั้นกำลังเป็นช่วงที่วัยรุ่นค้นหาตัวเอง เป็นช่วงที่หาประสบการณ์ชีวิต ก่อนจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เป็นช่วงเปิดโลก ช่วงพักตรงรอยต่อระหว่างมัธยมกับมหาวิทยาลัย      หลายๆ คนเลยเลือกที่จะใช้วิธีเดินทางออกจากสิ่งแวดล้อมเดิมๆ เดินทางไกลเพื่อที่จะค้นหาตัวเอง โครงการออแพร์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ในการเปิดโลกใหม่ มันไม่ได้มีสูตรตายตัวว่า ช่วงอายุเท่าไหร่ ถึงจะเหมาสมกับการเป็นออแพร์ มันขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าพร้อมแค่ไหน ความรับผิดชอบเป็นยังไง การที่อายุมากกว่า ไม่ได้หมายความว่า จะทำหน้าที่ได้ดีกว่า เพราะฉะนั้นเอาที่เราสบายใจเลยค่า

ประสบการณ์ในการเลี้ยงเด็ก

นอกเหนือจากอายุต้องอยู่ในเกณฑ์แล้ว สิ่งที่สำคัญอีกอย่าง ก็คงจะเป็นประสบการณ์ในการเลี้ยงเด็ก ถึงตรงนี้หลายคนอาจจะถามว่า ต้องเก็บชั่วโมงเลี้ยงเด็กยังไง ที่ไหนกี่ชั่วโมง การเป็นออแพร์ที่เยอรมันนั้น ไม่มีข้อกำหนดที่ตายตัวเรื่องของการเก็บชั่วโมงเลี้ยงเด็กนะคะ ว่าต้องทำยังไง ที่ไหน กี่ชั่วโมง แต่ยังไงเราก็ควรจะมีประสบการณ์เลี้ยงเด็กไว้บ้างนะคะ ถ้าเราสมัครกับเอเจนซี่ เอเจนซี่อาจจะมีข้อกำหนดในส่วนนี้ อันนี้ก็ต้องลองศึกษาข้อกำหนดของแต่ละเอเจนซี่ดูเองนะคะ ซึ่งเราเองก็ไม่แน่ใจว่าบังคับกี่ชั่วโมง หรือยังไง อาจจะแตกต่างกันไปตามแต่ละเอเจนซี่ สำหรับเราเอง เราใช้ใบรับรองจากโรงเรียนอนุบาลในชนบทแห่งหนึ่ง ที่เราเคยไปเป็นอาสาสมัครอยู่หลายครั้ง เราเขียนใบรับรองเป็นภาษาอังกฤษเอง แล้วให้ครูที่โรงเรียนนั้นเซนต์ให้ แล้วก็มีจดหมายจากน้าเราอีก ที่เขียนรับรองว่าเราช่วยดูแลลูกน้า เวลาน้าไม่ว่าง เรามีสองอย่างนี้ แล้วก็รูปที่เล่นกับเด็กๆ ยืนยันกับโฮสต์ว่าเรามีประสบการณ์เลี้ยงเด็ก แต่ก็ไม่ใช่ว่าโฮสต์ทุกบ้านจะถามหาหลักฐานนะคะ คือรูปนี่ต้องใช้ในโปรไฟล์อยู่แล้วแหละ คือ must have แต่ใบรับรองต่างๆ นี่ถ้าไปเอง ก็อาจจะไม่จำเป็น เพราะบางทีโฮสต์ก็ไม่ได้จะถามดู แต่การที่เรามีไว้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะถ้าโดนถาม แล้วเราไม่มี มันก็เป็นการตัดโอกาสของเราเอง ยังไงมีไว้ก็ดีกว่า